วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"เจมาร์ท" ตุนสมาร์ทโฟนรับ3จี ˜คาดกำไรปีนี้กระฉูด 40 % ˜ควงแขนสหพัฒน์บุกพม่า


updated: 03 พ.. 2556 เวลา 14:55:34 น.
เจมาร์ทฉวยจังหวะรับกระแส 3จี ตุนสต๊อกสมาร์ทโฟน 30 รุ่น 1.2 แสนเครื่อง รอท่าค่ายมือถือเปิดตัวต้นพฤษภาคมนี้ ลั่นเป้ายอดขายปีนี้ทะลุ 1.5 ล้านเครื่อง ดันกำไรกระฉูด 40% พร้อมให้บริการอัพเกรดจาก 2จี เป็น 3จี ควงแขนสหพัฒน์ลุยตลาดพม่า
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเปิดให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์อย่างเป็นทางการ ทางเจมาร์ทในฐานะตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือได้เตรียมพร้อมวางจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์สมาร์ทโฟนไว้ทั้งสิ้น 30 รุ่นจากทุกแบรนด์ รวมทั้งได้สต๊อกสินค้าไว้พร้อมจำหน่าย จำนวนทั้งสิ้น 1.2 แสนเครื่องต่อเดือน กระจายในเจมาร์ทช็อปทั้ง 240 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นแบรนด์ต่างชาติ 1 แสนเครื่อง และเจโฟน 2 หมื่นเครื่อง
นอกจากนี้ ที่ร้านเจมาร์ททุกสาขายังมีบริการลูกค้าย้ายเลขหมายจากระบบ 2จี ในคลื่นเดิม ไปยังคลื่นความถี่ใหม่ รวมทั้งแนะนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยี 3จี ให้บริการข้อมูล แนะนำการใช้งาน เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การเตรียมพร้อมดังกล่าว ทางเจมาร์ทได้ใช้เงินลงทุนไปทั้งสิ้น 400 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ใช้ในการปรับโฉมและเพิ่มจำนวนร้านค้าทั้งหมดให้เพิ่มเป็น 280 สาขาในสิ้นปี
นายอดิศักดิ์กล่าวว่า สำหรับคาดการณ์ยอดขายในปีนี้ คาดเจมาร์ทจะสามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนได้ 1.5 ล้านเครื่อง โดยจากการเปิดของ 3จี ในปีนี้เองคาดจะทำให้รายได้และกำไรของเจมาร์ทเติบโตขึ้น 40% จากปีก่อน ที่สิ้นปีมีรายได้ 8 พันล้านบาท และกำไร 300 ล้านบาท
นายอดิศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ภายในปีนี้เจมาร์ทมีแผนการขยายตลาดเพิ่มเติมไปสู่ประเทศพม่า รองรับการเป็นประชาคมอาเซียน (เออีซี) เพราะเล็งเห็นว่าตลาดพม่ายังมีโอกาสเติบโตสูง เพราะอัตราส่วนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือปัจจุบันมีเพียง 10% จากจำนวนประชากรทั้งหมด โดยในการเข้าไปลงทุนเนื่องจากติดข้อกำหนดของประเทศพม่าที่ห้ามต่างชาติเข้าไปลงทุน ในการลงทุนจึงเป็นการให้ตัวแทนบริษัทตั้งใหม่สัญชาติพม่ารายหนึ่งทำสัญญากู้เงินลงทุนกับเจมาร์ท ภายใต้ชื่อ บริษัท เจ แอนด์ พี ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่เตรียมจัดตั้งขึ้นใหม่ภายใต้การลงทุนความร่วมมือกับพันธมิตร โดยเจมาร์ทจะถือหุ้น 40%
ที่เหลือประกอบด้วย กลุ่มบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 20% รวมทั้งบริษัทจากประเทศพม่า ได้แก่ บริษัท เอ็มเค กรุ๊ป 30% และบริษัท เอสไอเอส ถือหุ้น 10%
ทั้งนี้เบื้องต้นจะใช้เงินทุนจดทะเบียนและเปิดสาขาจำนวน 20 แห่ง ราว 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนจะมีการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต คาดใน 5 ปี จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดมือถือของพม่า
ที่มา : นสพ.มติชน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น