แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มือถือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มือถือ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ธุรกิจค้าปลีกทำยอดโฆษณาบนมือถือพุ่งสูงสุด…




วันที่: 25 September 2013
หมวดหมู่: Digital Advertising
ป้ายคำ: advertising, Millennial Media, mobile


ที่มา http://thumbsup.in.th/
ทุกวันนี้การทำโฆษณาผ่านช่องทางของแอพพลิเคชันบนมือถือ อาจจะกลายเป็นสิ่งที่เราเห็นกันได้อย่างคุ้นชิน และเรารู้จักมันมากขึ้น ถ้าหากเพื่อนๆ ยังจำกันได้ ทีมงาน thumbsupTH เคยได้มีโอกาสและเชิญแขกจากต่างประเทศ ที่เป็นบริษัทด้าน Mobile Advertising and Data Platform มาร่วมพูดคุย และทำความเข้าใจให้เห็นถึงมุมที่นักพัฒนาจะได้รับจากการโฆษณารูุปแบบนี้ วันนี้เรามีตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับโฆษณาบนมือถือมาฝาก เชิญติดตามได้ครับ…

สิ่งที่ผมนำมาฝากนั้น อาจจะสามารถช่วยให้ผู้จะทำโฆษณา หรืออยากทราบว่าจะเลือกโฆษณาจากธุรกิจประเภทใดมาลงกับแอพพลิเคชันดี เพื่อนๆ thumbsup’er คงน่าจะทราบคำตอบจากชื่อของบทความแล้วใช่ไหมครับ เพราะธุรกิจประเภท “ค้าปลีก” เป็นธุรกิจที่มีการจ่ายเงินเพื่อการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการมากที่สุดนั่นเอง

โดยตัวเลขนี้ เราได้รับมาจากทาง Millennial Media (MM) ถึงข้อมูลที่ว่า ธุรกิจค้าปลีกคือกลุ่มที่มีการใช้จ่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ กับทาง MM มากเป็นอันดับที่หนึ่ง และเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว การใช้จ่ายในการโฆษณานั้น มีสูงขึ้นมากที่สุดคือร้อยละ 413 หรือพูดง่ายๆ คือพวกเขาจ่ายมากกว่าเดิมเป็น 4 เท่าตัวนั่นเอง ทั้งที่จริงๆ แล้ว ช่วงต้นปีที่ผ่านมาธุรกิจค้าปลีกยังอยู่ในอันดับที่ 4 เท่านั้นเอง

สิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลตามมาจากอันดับที่เราเห็นนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ธุรกิจค้าปลึกนั้น มีการเน้นหนักในการโฆษณาในช่วงเทศกาลวันหยุด ซึ่งมีมากมายในไตรมาสสุดท้ายของปี (มีวันหยุดและเทศกาลมากมายในต่างประเทศช่วงปลายปี) ดังนั้นก็คงไม่แปลกถ้าเราจะเห็นอันดับเป็นแบบนี้
top-10-brand-spend
top-10-brand-spend

สำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคนั้นเป็นภาคธุรกิจที่มีการลงโฆษณามากที่สุดเป็นอันดับที่สอง และเติบโตขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 111 ซึ่งอาจจะไม่มากเท่ากับธุรกิจค้าปลีก ผลิตภัณฑ์อาหารหลายๆ เจ้า พยายามสร้างภาพจำด้วยวิดีโอ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่ซื้อของในร้านขายของชำ และซุปเปอร์มาร์เก็ตได้รับรู้

ในขณะที่บริการจากรัฐฯ มาติดใน 10 อันดับแรกของภาคธุรกิจเป็นหนแรก ซึ่งอาจจะดูแปลกตาไปบ้าง โดยพวกเขาจ่ายเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 191 เพื่อที่จะส่งมอบข้อความที่เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์เฉพาะทาง เช่นข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ ความปลอดภัยและการให้บริการอื่นๆ ในประเทศ
vertical-spend
vertical-spend

สุดท้ายคือ “องค์กรการกุศล” หรือ “หน่วยงานที่ไม่หวังสร้างกำไร” ที่ใช้จ่ายเงินเพิ่มไม่น้อยจากปีก่อน โดยบรรดากลุ่มผู้สนับสนุนสุขภาพ ได้ประชาสัมพันธ์แคมเปญเพื่อสร้างภาพจำให้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงกลุ่มและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ที่มา: Millennial Media

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

“เจมาร์ท”ประกาศความพร้อมรับ3จี สต็อกมือถือ1.2แสนเครื่อง/เดือน เปิดช็อปให้ครบ280สาขาสิ้นปีนี้

.ที่มาhttp://www.naewna.com/business/50495
วันศุกร์ ที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ช่วงต้นเดือนเมษายน 2556 ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ ไวเลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส, บริษัท ดีแทค เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชัน จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะเปิดให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เจมาร์ทในฐานะตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้เตรียมความพร้อมในการรองรับการเปิดใช้งาน 3จี โดยได้เตรียมพร้อมการวางจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์สมาร์ทโฟนไว้ทั้งสิ้น 30 รุ่น จากทุกแบรนด์ รวมทั้งได้ทำการสต็อกสินค้าไว้จำหน่ายจำนวน 1.2 แสนเครื่องต่อเดือน กระจายใน “เจมาร์ท ช็อป” ทั้ง 240 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นแบรนด์ต่างชาติ 1 แสนเครื่อง และเจโฟน 20,000 เครื่อง

อย่างไรก็ตาม ที่เจมาร์ท ช็อปทุกสาขา ยังมีจุดบริการลูกค้าย้ายเลขหมาย จากระบบ 2จี ในคลื่นเดิม ไปยังคลื่นความถี่ใหม่ รวมทั้งการแนะนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยี 3จี ให้บริการข้อมูล แนะนำการใช้งาน เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การเตรียมพร้อมดังกล่าวเจมาร์ทได้ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 400 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ใช้ในการปรับโฉมและเพิ่มจำนวนเจมาร์ท ช็อปให้เพิ่มเป็น 280 สาขา ภายในสิ้นปี 2556 แบ่งเป็น ปี 2555 จำนวน 150 ล้านบาท และปี 2556 อีกจำนวน 250 ล้านบาท

สำหรับการคาดการณ์ยอดขายในปี 2556 นี้ เชื่อว่าเจมาร์ทจะสามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนได้ 1.5 ล้านเครื่อง โดยจากการเปิด 3จี ในปี 2556 นี้ คาดจะทำให้รายได้และกำไรของเจมาร์ท เติบโต 40% จากปี 2555 ที่มีรายได้ทั้งสิ้น 300 ล้านบาท และกำไร 80,000 ล้านบาท ทั้งนี้สิ้นปี 2555 ในตลาดมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวนประมาณ 75 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 3จีได้ประมาณ 15 ล้านเครื่อง ซึ่งในปี 2556 คาดจะตลาดจะเติบโตประมาณ 30%

นอกจากนี้ ภายในปี 2556 เจมาร์ทมีแผนการขยายตลาดเพิ่มไปยังพม่า รองรับการเป็นประชาคมเศรษบกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะตลาดพม่ายังมีโอกาสเติบโตสูง ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือปัจจุบันมีเพียง 10% จากจำนวนประชากรทั้งหมด

โดยในการเข้าไปลงทุนนั้น เนื่องจากติดข้อกำหนดของพม่าที่ห้ามต่างชาติเข้าไปลงทุนด้านนี้ ดังนั้นจึงจะให้ตัวแทนบริษัทสัญญาติพม่ารายหนึ่ง ทำสัญญากู้เงินลงทุนกับเจมาร์ท ภายใต้ชื่อ บริษัท เจ แอนด์ พี ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่เตรียมจัดตั้งขึ้นใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตร โดยเจมาร์ทถือหุ้น 40% ที่เหลือประกอบด้วย กลุ่มบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 20% รวมทั้งบริษัทจากพม่า ได้แก่ บริษัท เอ็มเค กรุ๊ป 30% และบริษัท เอสไอเอส ถือหุ้น 10% เบื้องต้นจะใช้เงินทุนจดทะเบียนและเปิดสาขา 20 แห่ง รวมประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อนจะมีการลงทุนเพิ่มเติมต่อไป คาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดในพม่าได้อย่างแน่นอน


วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ซัมซุงทำกำไรไตรมาสแรกทุบสถิติ

วันที่ 26 เมษายน 2556 13:22
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ที่มาhttp://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it
ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กำไรไตรมาสแรกทะยานขึ้น 41.6% จากยอดขายสมาร์ทโฟนที่แข็งแกร่ง ทุบสถิติที่เคยทำไว้


แถลงการณ์จากบริษัทซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาสแรกของปีนี้มีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ 7.15 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นจาก 5.05 ล้านล้านวอนในไตรมาสแรกของปี 2555 ทั้งยังสูงกว่าสถิติที่เคยทำไว้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 ที่ 7.04 ล้านล้านวอน


ส่วนกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 54% จากปีก่อน เป็น 8.8 ล้านล้านวอน โดยตัวเลขกำไรทั้งหมดนั้นมาจากแผนกไอทีและโทรศัพท์มือถือ 6.51 ล้านล้านวอน

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม ซัมซุงจัดส่งสมาร์ทโฟนประมาณ 70 ล้านเครื่อง
แถลงการณ์ของซัมซุงระบุว่า ยอดขายที่ดีของกาแลกซี่ เอส 3 สมาร์ทโฟนยอดนิยม ช่วยหนุนนำผลกำไร แต่เตือนว่าความต้องการทั่วโลกในไตรมาสที่สองอาจไม่น่าพอใจ

ขณะที่นายโรเบิร์ต ยี รองประธานอาวุโส กล่าวว่า บริษัทอาจเผชิญการแข่งขันรุนแรงในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ผลจากการขยายตัวของตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงล่าง

การรายงานผลประกอบการของซัมซุงมีขึ้นวันเดียวกับที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ กาแลกซี่ เอส 4 จะวางจำหน่าย หลังจากเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้วในนิวยอร์ก

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

ธุรกิจโฆษณาผ่านมือถือในไทย กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด


ธุรกิจโฆษณาผ่านมือถือในไทย กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ที่มา http://www.technolomo.com/
วันนี้มีผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้สมาร์ทโฟน ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต รวมถึงเจ้าของธุรกิจออนไลน์ในไทยทุกคนนะครับ เพราะต่อไปในโลกอนาคต สมาร์ทโฟนและโลกออนไลน์คงจะไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างแน่นอน
โดยบริษัท InMobi ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการโฆษณาผ่านโทรศัพท์มือถือ ได้เปิดเผยถึงผลการสำรวจการใช้งานสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย และได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาครับ
ในปี 2555 และในอนาคต การเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนจะอยู่ในระดับสูง ซึ่งหลายคนคงจะสังเหตุได้จากรอบตัวเราทุกวันนี้แล้วนะครับ และคงไม่ต้องอธิบายกันมากถึงกระแสความฮิตในขณะนี้ ซึ่งจะยังอยู่ในระดับสูงไปอีก 3-4 ปีครับ
ขณะเดียวกัน 44% ของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือนั้น นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเข้าอินเตอร์เน็ต และในจำนวนนั้นจำนวน 75% ยอมรับได้หากจะมีการโฆษณาในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ เหมือนการโฆษณาในทีวี หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารทั่วไป
นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมือถือ มีทั้งสิ้น 38% ที่บอกว่ารู้ตัวว่าเคยเห็น หรือเคยได้รับโฆษณาผ่านโทรศัพท์ และ 13% ที่บอกว่าเอาโฆษณาต่างๆเหล่านี้มาคิด และคำนึงถึงสินค้าในโฆษณา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ  และข่าวดีของเจ้าของธุรกิจก็คือ มี 7% ที่ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ได้รับโฆษณาผ่านมือถือในขณะนั้นเลยครับ
ผลการสำรวจยังรายงานเพิ่มเติมว่า จะมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวน 17% ที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านการโฆษณาทางโทรศัพท์มือถือ ภายในปี 2012 และจะเพิ่มขึ้นมาไปอีกตามการเติบโตของตลาดมือถือในบ้านเราครับ
เพราะฉะนั้นนี่ก็อาจจะเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับทั้งเจ้าของกิจการ หรือธุรกิจโฆษณา ที่ตลาดส่วนนี้ยังเล็กและกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะเข้ามาศึกษาและเรียนรู้การใช้งาน ก่อนที่จะตกเทรนด์และสายเกินไปครับ : )

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สำรวจ7ของไฮเทค ไม่อยากตกเทรนด์ 2013 ต้องมีติดตัว!

สำรวจ7ของไฮเทค ไม่อยากตกเทรนด์ 2013 ต้องมีติดตัว!
Pic_316207
 ที่มา http://www.thairath.co.th/content/tech/316207
 ส่งท้ายปีมังกรทอง กับเทรนด์ของไฮเทคต้อนรับปี 2013 กับอุปกรณ์ 7 ชนิด ซึ่งทีมข่าวไอทีออนไลน์ ล้วงไม่ลับมานำเสนอ ให้คนอยากอินเทรนด์ได้เตรียมตัว เตรียมพร้อม...

ผ่านกระแสดรา ม่าสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตดัง ถึงมหากาพย์ 3จี จนถึงวันย่างเข้าสู่ปีใหม่ แน่นอนว่านอกจากเสื้อผ้า หน้าผม ที่แต่ละคนสรรหามาเสริมแต่งรับฤกษ์ดี สิ่งใหม่ๆ ในชีวิต หลายคนยังมองหาบรรดาของเล่นไฮเทคชิ้นใหม่ รวมถึงคอมพิวเตอร์และมือถือเครื่องใหม่มาต้อนรับปีใหม่อีกด้วย "ทีมข่าวไอทีออนไลน์" ไม่รอช้า อาสาไปล้วงเทรนด์ไอทีจาก "ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช" รองผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการฝ่ายไอที/ดิจิตอล บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต ที่จะมาช่วยอัพเดทความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในปี 2013 ให้คนอยากรู้ได้หายข้องใจ กับ 7 ของอินเทรนด์ที่ขอบอกว่า ไม่มีไม่ได้!! ...

1. จากสมาร์ทโฟนสู่ "แฟลบเล็ต"
ขอ ย้ำอีกครั้งให้คุณแน่ใจว่าไม่ได้อ่านหรือสะกดผิด เพราะเรากำลังจะพูดถึง แฟบ-เล็ต (Phablet) อุปกรณ์ลูกผสมระหว่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งหน้าจอมักจะมีขนาดตั้งแต่ 5-7 นิ้ว เรียกว่ามีหน้าจอขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนแต่เล็กกว่าแท็บเล็ต แฟบเล็ตสามารถตอบสนองการใช้งานได้ทั้งการสื่อสารตามแบบโทรศัพท์ และตอบรับการใช้งานรวมถึงความบันเทิงได้ตามสไตล์แท็บเล็ต ดังนั้น แฟบเล็ต จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจของคนที่ต้องพกทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพราะนอกจากขนาดเครื่องที่เล็กกะทัดรัดลงทำให้พกพาได้สะดวกขึ้นแล้ว ยังตรงกับพฤติกรรมการใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอุปกรณ์ที่ทำได้ทุกอย่าง ในมือเดียว!




2. "แท็บเล็ต" ยังจำเป็นสำหรับคนทำงาน
นอก จากแท็บเล็ตที่เด็กนักเรียนต้องใช้ แท็บเล็ตก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์จำเป็นสำหรับคนทำงาน และคนทำงานนอกสถานที่อย่างจริงจัง เพราะคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าโน้ตบุ๊กหรือเน็ตบุ๊กที่ว่าง่ายต่อการพกพาก็ ยังแพ้ความบางเบาของแท็บเล็ต ซึ่งส่วนใหญ่จะมีขนาดหน้าจอราว 7-10 นิ้ว แท็บเล็ตจึงกลายเป็นอีกหนึ่งอวัยวะของคนทำงาน



3. หลาก "แอพฯ ออนไลน์"
เพราะ รูปแบบการสื่อสารในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงการโทรเท่านั้น เรายังมีช่องทางอื่นๆ ให้ติดต่อพูดคุยกันได้ง่ายและสะดวกอีกหลายช่องทาง รวมถึงสารพัดแอพพลิเคชั่นเพื่อการสื่อสารที่ช่วยให้เราสื่อสารกันได้แบบ เรียลไทม์ ทั้งวอทส์แอพ ไลน์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม นอกจากประโยชน์ที่ช่วยให้เราใกล้ชิดเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัวมากขึ้น แอพฯ เหล่านี้ยังช่วยให้เราสามารถติดตามคนดัง ศิลปิน ดารา ได้ใกล้ชิดขึ้นอีกด้วย

4. "สมาร์ททีวี" จะฮิตมากขึ้น
แม้ สมาร์ททีวี จะเปิดตัวหลายยี่ห้อในประเทศไทยแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าการเติบโตหรือยอดขายยังไม่ถึงขนาดโดดเด่นจนเป็นที่น่าจับตา ส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและคอนเทนต์ ซึ่งยังมีผู้ผลิตสู่ตลาดน้อยราย แต่เชื่อว่าหลังจากประเทศไทยเปิดใช้บริการ 3จี เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2013 จะทำให้ตลาดสมาร์ททีวีคึกคักได้แน่นอน


5. "แบตสำรอง" ส่วนเกินที่จำเป็น!
หลาย คนยังมีความเข้าใจแบบผิดๆ และชอบบ่นว่าทำไมมือถือหรือแท็บเล็ตของตนนั้นถึงได้แบตเตอรี่หมดไวเหลือเกิน แต่คุณอาจลืมไปว่าขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น การเล่นเกมออนไลน์ ดูยูทูบ แชตผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น ล้วนแต่เป็นวิถีกินแบตเตอรี่ทั้งสิ้น ทำให้เราต้องพกพาแบตฯ สำรองไว้ข้างกาย จนถือเป็นอีกหนึ่งส่วนเกิน แต่มีความจำเป็นต่อชีวิตในปัจจุบันอย่างมาก


6. อย่าเพิ่งแน่ใจว่า "โน้ตบุ๊ก" หมดประโยชน์
แม้ จะมีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ททีวี เข้ามาเติมเต็มการสื่อสาร การสร้างสรรค์ผลงานและความบันเทิงในชีวิตแล้ว แต่โน้ตบุ๊กก็ยังมีความจำเป็นต่อนักเรียนและกลุ่มคนทำงาน จากความสามารถที่เหมาะแก่การสร้างชิ้นงานมากกว่าใช้เปิดพรีวิวหรือแก้ไข เล็กๆ น้อยๆ บนแท็บเล็ต


7. "Personal Cloud" ทางออกของคนข้อมูลเยอะ
ท่าม กลางการขยายตัวของดีไวซ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่ออุปกรณ์รอบกายขยายจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก แน่นอนว่าข้อมูลจะยิ่งเติบโตตามไปด้วย ดังนั้น เพอร์โซนอล คลาวด์ จึงกลายเป็นทางออกสำหรับคนชอบจัดเก็บและแชร์คอนเทนต์ โดยเฉพาะผู้ท่ี่มีหลายอุปกรณ์และต้องการให้ข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงถึงกันกับแต่ละอุปกรณ์ ซึ่ง เพอร์โซนอล คลาวด์ จะอำนวยความสะดวกได้มากกว่าการมีสตอเรจที่สามารถจัดเก็บข้อมูลแต่ไม่สามารถ เชื่อมต่อได้

โปรดใช้วิจารณญาณในการซื้อและพกพา เพราะแม้จะเป็นมือถือเก่า โน้ตบุ๊กเครื่องหนา หรือแท็บเล็ตรุ่นแรก แต่หากใช้อย่างคุ้มค่าสมราคาที่จ่ายไป ก็น่าจะดีกว่าต้องเสียเงินถอยเครื่องรุ่นใหม่ แต่ใช้งานได้ไม่ถึงครึ่งของประสิทธิภาพ สวัสดีปีใหม่ค่ะ...