แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอสซีจี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอสซีจี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ครัวสำเร็จรูปบูมเงียบหมื่นล้าน "เอสซีจี"กดราคาเจาะบ้านจัดสรร

updated: 02 พ.. 2556 เวลา 13:12:07 น.

เจาะ สินค้าไฮไลต์งานสถาปนิก"56 ผู้ผลิต-นำเข้าแข่งชิงเค้กชุดครัวสำเร็จรูป ตลาดบูมเงียบปีละหมื่นล้าน "เอสซีจี" ดัมพ์จากชุดละ 1 แสนเหลือ 5.9 หมื่นเจาะตลาดบ้านจัดสรร สองยักษ์ "แกรนด์โฮมมาร์ท-สุขภัณฑ์เซ็นเตอร์" กดราคาสู้ 

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจบรรยากาศการจัดงานสถาปนิก"56 ระหว่าง 30 เมษายน-5 พฤษภาคม ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พบว่าปีนี้มีสีสันของการเปิดตัวสินค้าใหม่คับคั่งกว่าทุกปี รองรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในช่วงบูม กลุ่มสินค้าที่น่าจับตา นอกจากการเปิดตัวกระเบื้องและสุขภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ แล้ว กลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์ชุดครัวมีการแข่งขันสูงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสินค้าเจาะตลาดกำลังซื้อระดับกลาง-ล่าง ราคาชุดละ 50,000-60,000 บาท ซึ่งถูกลงกว่าปกติที่เคยมี ราคาชุดละ 1 แสนบาทขึ้นไป

เจาะลูกค้าคอนโดฯล้านต้น ๆ

นายธนศักดิ์ สาคริกานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สยามซานิทารีแวร์ อิสดัสทรี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำคอตโต้ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปีนี้ คอตโต้ให้น้ำหนักบุกตลาดชุดครัว โดยเปิดตัวครั้งแรกในงานสถาปนิก รุ่น "อินสแตนท์ คิทเช่น" หรือครัวพร้อมใช้สำเร็จรูป ผลิตจากวัสดุพาร์ทิเคิลบอร์ด เคลือบปิดผิวด้วยลามิเนตไฮกรอส ปูด้วยท็อปหินสังเคราะห์ ความยาวเคาน์เตอร์ 1.8 เมตร ราคาเริ่มต้นเพียงชุดละ 59,000 บาท

"ตลาดชุดครัวสำเร็จรูป มีแนวโน้มเติบโตทุกปี เพราะผู้บริโภคคนรุ่นใหม่นิยมติดตั้ง เพราะสะดวกและอยู่ในงบประมาณที่จับต้องได้ง่าย ล่าสุดประเมินว่าปีนี้น่าจะมีมูลค่าตลาดรวม 8,000-10,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15%"

นายธนศักดิ์กล่าวว่า สำหรับอินสแตนท์ คิทเช่น ตั้งเป้าเจาะลูกค้าทั้งบ้านจัดสรร เพราะมีความยาวเคาน์เตอร์ 1.8 เมตร และคอตโต้ก็มีความสนใจจะเปิดตลาดชุดครัวในคอนโดฯ แต่จะต้องพัฒนาสินค้าใหม่ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องความยาวเคาน์เตอร์จะอยู่ประมาณ 1.2 เมตร ดีมานด์หลักจะเป็นคอนโดฯ ราคาล้านต้น ๆ จุดเด่นคือติดตั้งวันเดียวเสร็จ มีทีมบริการออกแบบ-ติดตั้งรองรับได้เดือนละ 1,000 ชุด

ก่อนหน้านี้ นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเอสซีจี เปิดเผยว่า เอสซีจีลงทุน 100 ล้านบาท

GHM ต่อยอดลูกค้าโครงการ

นางประไพ ทยานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด หรือ GHM เปิดเผยว่า สนใจจะเข้ามาทำตลาดชุดครัวสำเร็จรูปมากขึ้น เดิมเน้นขายเฉพาะสินค้าแยกส่วนเป็นหลัก แต่เนื่องจากมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ล่าสุดได้เพิ่มบริการติดตั้งแบบครบวงจร รวมทั้งปลายเดือนพฤษภาคมนี้ เตรียมส่งทีมงานบริการไปฝึกอบรมเรื่องการติดตั้งที่โรงงานผลิต ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

"ตลาดหลักของ GHM ในปัจจุบัน จะเป็นลูกค้าโครงการมีสัดส่วนถึง 70% สินค้าหลักคือกระเบื้องและสุขภัณฑ์ ดังนั้น ตลาดชุดครัวจึงจะเป็นอีกเซ็กเมนต์ที่มีโอกาสสูง บริษัทมีฐานลูกค้าโครงการอยู่ในมืออยู่แล้ว เพียงแต่ต่อยอดเพิ่มชุดครัวสำเร็จรูป โดยขายเข้าโครงการแบบยกลอต ราคาสามารถแข่งขันได้ คาดว่าเริ่มที่ประมาณชุดละ 50,000 บาทบวกลบ"

ดัมพ์ครัวจีนชุดละ 3.8 หมื่น

นางสาวอรนุช รุจิรอาภรณ์ กรรมการบริหาร บริษัท สุขภัณฑ์เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทนำเข้าชุดครัวสำเร็จรูป "มินิ คิทเช่น" จากประเทศจีนมานำเสนอขาย จุดขายคือวัตถุดิบทำจากไม้กันน้ำ มีขนาดความยาวเคาน์เตอร์ 1.2 เมตร ลึก 60 เซนติเมตร เพื่อเจาะตลาดลูกค้าโครงการคอนโดมิเนียมโดยตรง เปิดตัวในงานสถาปนิกเป็นครั้งแรก จัดแคมเปญราคาพิเศษ ชุดละ 38,000 บาท

"ถือเป็นครั้งแรกที่สุขภัณฑ์เซ็นเตอร์ทดลองทำตลาดชุดครัวสำเร็จรูปเป็นครั้งแรก แผนลงทุนขั้นต่อไปคือการเตรียมความพร้อมทีมงานบริการและติดตั้งให้กับลูกค้า ซึ่งการพักอาศัยในคอนโดฯ มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ขณะเดียวกัน ทุกห้องชุดจะต้องมีชุดครัวติดตั้งอยู่ จึงมองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ และมั่นใจว่าจะแข่งขันได้ เพราะมีราคาย่อมเยากว่า อย่างน้อยราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ชุดละ 1 หมื่นบาท ซึ่งจะทำให้เป็นตัวกระตุ้นการตัดสินใจผู้บริโภค"

รายเล็กพลิกโมเดลสู้บิ๊กวัสดุ

นางสาวอรนุชกล่าวด้วยว่า สำหรับการออกบูทงานสถาปนิกปีนี้ สุขภัณฑ์เซ็นเตอร์ได้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุ รวม 16 บริษัท ออกบูทในนาม "ฮาโมนี่ D" เพื่อตอบสนองกับความต้องการลูกค้าได้อย่างหลากหลายและครบวงจรมากที่สุด อาทิ กลุ่มศักดิ์สิทธิ์อัลลอย, บริษัท แอลแอนด์อีไลท์ติ้ง ฯลฯ

ทั้งนี้ รูปแบบการรวมกลุ่มเฉพาะกิจเช่นนี้ ถือเป็นโมเดลธุรกิจของผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็ก เพื่อเพิ่มโอกาสและความร่วมมือในทางธุรกิจ จากเดิมถ้าต่างคนต่างขายจะทำให้อำนาจต่อรองกับลูกค้ามีน้อย แต่เมื่อรวมตัวขายเป็นบิ๊กลอต ทำให้อำนาจซื้อและอำนาจต่อรองเพิ่มมากขึ้น และจะเป็นช่องทางที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตและผู้นำเข้ารายใหญ่ได้

"โมเดล ธุรกิจนี้ทำให้เราสามารถนำเสนอสินค้าให้กับลูกค้าได้เทียบเท่าผู้ผลิตราย ใหญ่ในประเทศ ลูกค้าที่เดินเข้ามาเยี่ยมชมบูทสามารถช็อปวัสดุสร้างบ้านได้ 1 หลัง เพราะมีสินค้าหลายพันไอเท็ม อาทิ เหล็กก่อสร้าง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง กระเบื้องสุขภัณฑ์ ประตู หน้าต่าง ชุดครัว ชุดเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ผ้าม่าน วอลเปเปอร์ หลังคา ยูพีวีซี เป็นต้น" นางสาวอรนุชกล่าว

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หนาว!SCGสนกินรวบ"ชุดครัว"

updated: 01 พ.ค. 2556 เวลา 09:50:43 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ภายใน 5 ปีนี้ เอสซีจีจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2 แสนล้านบาท สำหรับดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ในเครือ เฉลี่ยปีละ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน (AEC) ด้วยเป้ายอดขาย 435,000 ล้านบาท แบ่งลงทุนในปี 2556 ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท เน้นธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก โดยจะขยายโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมียนมาร์ กัมพูชา

ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานภายในโดยรวม 3 ธุรกิจของเอสซีจี ได้แก่ ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และจัดจำหน่ายเข้าด้วยกัน เรียกว่าเอสซีจีซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG Cement-Building Materials) เพื่อเพิ่มการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการมากขึ้น

"จะมุ่งเน้นลงทุนธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเพราะอนาคตจะเติบโตมาก ปีที่ผ่านมาธุรกิจนี้มียอดขายรวม 154,537 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 36% ของรายได้รวม มีกำไรสุทธิรวม 13,129 ล้านบาท อีก 5 ปีข้างหน้าสัดส่วนรายได้รวมของธุรกิจนี้จะเพิ่มเป็นมากกว่า 40% ของรายได้จากการขายรวมทั้งหมด"

สำหรับทิศทางธุรกิจซีเมนต์ในอาเซียนไปได้ดีเติบโต 5-10% เนื่องจากมีการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยและอินฟราสตรักเจอร์ของภาครัฐ ตลาดในประเทศอินโดนีเซียธุรกิจตลาดซีเมนต์โต 10% ธุรกิจเซรามิกก็ดีมาก สามารถเดินเต็มกำลังการผลิตเต็มที่ ขณะที่เมียนมาร์ตลาดโตขึ้น 5-10% บริษัทมียอดขายซีเมนต์ถึง 1.8 ล้านตัน ส่วนเวียดนามตลาดทรงตัว ฟิลิปปินส์ธุรกิจเซรามิกก็ไปได้ดี แต่ที่ทำยอดขายได้ดีมากคือกัมพูชา ทั้งซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง

"ปี"58 กำลังการผลิตปูนซิเมนต์ในตลาดอาเซียนจะเพิ่มขึ้น 4.5 ล้านตัน จากเดิมอยู่ที่ 23-24 ล้านตัน อยู่ที่ประเทศไทย 23 ล้านตัน และเขมรอีก 1 ล้านตัน จะเน้นขายในประเทศเป็นหลัก ส่วนส่งออกจะลดลง คาดว่าจะไม่ถึง 5 ล้านตัน"

นายกานต์กล่าวว่า ปีนี้ประเมินว่าตลาดประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ซีเมนต์เติบโต 5-10% จากเดิมกว่า 30 ล้านตัน เนื่องจากมีการสร้างที่อยู่อาศัย โครงการใหญ่ของรัฐ เช่น รถไฟฟ้า หากมีการก่อสร้างโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท จะทำให้ความต้องการใช้ปูนและวัสดุก่อสร้างในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เอสซีจีมีกำลังการผลิตพอรองรับ หากไม่พออาจจะนำเข้ามาจากโรงงานผลิตที่

เมียนมาร์และกัมพูชามาแทน

"ตลาดซีเมนต์ในไทยตอนนี้ต่างจังหวัดโตมากสุด ไตรมาสแรกที่ผ่านมาสัดส่วนขายอยู่ที่ 75% สูงสุดอยู่ที่ภาคอีสาน 30% โตตามธุรกิจอสังหาฯที่ไปเปิดโครงการใหม่เพิ่ม แต่ถึงความต้องการจะมากขึ้น และต้นทุนเพิ่มขึ้นเอสซีจียังไม่มีนโยบายจะปรับราคาขายปูนซีเมนต์ในขณะนี้ ปล่อยให้เป็นไปตามการแข่งขันและกลไกตลาด"

ทั้งนี้ หลังได้เข้าถือหุ้นใน Prime Group Joint Stock Company หรือ Prime Group ผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกชั้นนำของเวียดนาม 85% มีมูลค่าธุรกิจประมาณ 7,200 ล้านบาท ส่งผลให้เอสซีจีมีกำลังการผลิต

เซรามิกรวมทั้งหมด 225 ล้านตารางเมตร เป็นอันดับ 1 ของโลก โดย 48% อยู่ในไทย เวียดนาม 33% อินโดนีเซีย 14% และ 5% อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์

"นอกจากนี้ ในปีนี้บริษัทมีแผนจะทำการตลาดเชิงรุกธุรกิจชุดครัว หรือ Kitchen Solution มากขึ้น เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่ของบริษัท รวมถึงตลาดห้องน้ำ กระเบื้อง ฝ้าและเพดาน เป็นต้น" นายกานต์กล่าว

ด้านนายเชาวลิต เอกบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่การเงินและการลงทุนเอสซีจี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปีนี้เตรียมเม็ดเงินประมาณ 100 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรมาผลิตชุดครัว เช่น ตู้ จากเดิมจะทำตลาดไม่มาก และเน้นติดตั้งเป็นหลัก

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

เอสซีจี เปิดตัว “Caverna Nirvana” แนวคิดฉีกไลฟ์สไตล์คนเมือง ผลงานไฮไลต์จากอิตาลี


updated: 23 เม.ย 2556 เวลา 09:25:41 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid
เอสซีจี ผนึกกำลัง 9 แบรนด์คุณภาพ ร่วมฉลองโอกาสที่เอสซีจีครบรอบ 100 ปี ยกขบวนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้างจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ เอาใจสถาปนิกและเจ้าของบ้าน ในงานสถาปนิก’56 นิทรรศการด้านสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และได้รับความสนใจจากวงการสถาปนิกจากทั่วทุกมุมโลก

งานนี้ เอสซีจี นำเสนอที่สุดของนวัตกรรมและเทคโนโลยีการอยู่อาศัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เยี่ยมชม ภายใต้แนวคิด SCG Living Showcase ตอกย้ำผู้นำเทรนด์วัสดุก่อสร้างและที่อยู่อาศัยครบวงจร โดยไฮไลต์ในปีนี้พบประสบการณ์เดียวกับที่คนทั่วโลกสัมผัสในงาน “Milan Design Week 2013” ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี จัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์งานดีไซน์ระดับโลก กับแนวคิดจำลองความสงบสุขที่ผู้คนในปัจจุบันถามหา ผ่านถ้ำที่เป็นโลกคู่ขนาน “Caverna Nirvana” เติมเต็มจินตนาการด้วยระบบมัลติมีเดียที่ทันสมัย ให้คนไทยได้สัมผัสและร่วมภาคภูมิใจกับนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับ World class

นอกจากนี้ ภายในบูธเอสซีจี พบกับ 9 แบรนด์สินค้าและบริการ ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ทุกกลุ่มลูกค้า พร้อมเติมเต็มความสมบูรณ์ให้ผู้อยู่อาศัยอย่างลงตัว อาทิ

ตราช้าง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแนวคิด “The Journey of innovations” เส้นทางแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยมาตลอด 100 ปี และตลอดไป

COTTO แชร์ประสบการณ์จากอิตาลี ดินแดนแห่งที่สุดของศิลปะและงานดีไซน์ มาให้ร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิด ภายในใต้แนวคิด Share the World…Pleasure: The Pleasure of Italy

WINDSOR นำเสนอประสบการณ์การอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “Visionary Living” นวัตกรรมวัสดุไวนิล เพื่อการอยู่อาศัยที่ชาญฉลาดแห่งอนาคต ที่สอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทยในทุกมิติ

SCG HEIM ครั้งแรกในเมืองไทย พบกับ “หุ่นยนต์“ สร้างบ้านทั้งหลัง และแบบบ้านใหม่ล่าสุด The smart series - Darwin Model จากเอสซีจี ไฮม์ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยรุ่นใหม่ได้อย่างแตกต่างและลงตัว

ปูนเสือ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้ผู้รักงานออกแบบและตกแต่ง ด้วยผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมล่าสุดภายใต้แนวคิด “Design Forward by Tiger ดีไซน์ได้ก้าวล้ำ อิสระตามจินตนาการทั้งงานตกแต่งพื้นและผนัง

Q-CON ผลิตภัณฑ์เพื่อบ้านเย็นอยู่สบาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “Partition Wall” ที่ตอบโจทย์ความเร็วในการก่อสร้างได้อย่างเหนือชั้น และ “Decorative Wall” ผนังที่สร้างโลกจินตนาการของคุณให้เป็นจริง

SCG Experience พบกับ XP lifestyle café พื้นที่พักผ่อนอย่างมีสไตล์ ให้ผู้เยี่ยมชมได้ผ่อนคลาย พบทุกคำตอบเรื่องบ้าน และสัมผัสประสบการณ์เรื่องบ้านผ่านระบบมัลติมีเดียและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

Green Building Center ที่ปรึกษาการขอรับรองอาคารเขียวมาตรฐาน LEED และ TREES

Home Solution Center ศูนย์บริการและรวมสินค้าเรื่องบ้านครบวงจร พร้อมตอบสนองทุกความต้องการและจัดการทุกปัญหาเรื่องบ้านแบบ One Stop Solution โดยผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึก รู้จริง

ร่วมสัมผัสสุดยอดนวัตกรรมของคนรักบ้าน และค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ เพื่อมาตรฐานด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้ที่ บูธเอสซีจี ในงานสถาปนิก’ 56 ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2556 ที่ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี