แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรงพยาบาล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรงพยาบาล แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ผุุดร.พ.-ศูนย์พักฟื้นหรูรับผู้สูงอายุ กรุงเทพ-บำรุงราษฎร์นำทัพลงทุน

updated: 06 พ.ค. 2556 เวลา 00:20:51 น.
โรงพยาบาลเอกชนสบช่องไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ค่ายใหญ่แห่ชิงเค้ก ร.พ.กรุงเทพ เปิดศูนย์ผู้ป่วยสูงอายุ เล็งผุดโมเดลโรงพยาบาลผู้สูงอายุใน 2 ปี บำรุงราษฎร์เตรียมเปิดเนิร์สซิ่งโฮม กลุ่มหมอบุญทุ่มพันล้านเปิดรีไทร์เมนต์โฮม รับญี่ปุ่นวัยเกษียณ ด้านผู้นำตลาดกล้วยน้ำไท ลุยขยายเตียงรับลูกค้าทะลัก

.พ.ปรา เสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีความสนใจจะสร้างโรงพยาบาลดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากมองเห็นโอกาสและช่องว่างทางการตลาด จากสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีที่ดินแล้วที่เขาใหญ่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการอีก 2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังสนใจจะทำแพ็กเกจยา สำหรับผู้สูงอายุ โดยผู้ป่วยเข้ารับการตรวจเลือดและรักษาครั้งแรก จากนั้นสามารถซื้อแพ็กเกจยาที่สอดคล้องกับโรคที่เป็นอยู่ได้ที่โรงพยาบาล กรุงเทพ และมีแผนจะขยายไปสู่ร้านขายยาในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงยาได้มากขึ้น 

ด้าน น.พ.ชาตรี ดวงเนตร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-การแพทย์ และกรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลกรุงเทพได้เปิดศูนย์ให้บริการผู้ป่วยสูงอายุแบบองค์รวม มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ป่วยสูงอายุโดยตรง ร่วมกับโรงพยาบาลเมาท์ ไซนาย นิวยอร์ก สหรัฐ ผู้เชี่ยวชาญอันดับ 1 ด้านการดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาให้การอบรมบุคลากร โดยพร้อมจะขยายแนวคิดนี้ไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายที่มีอยู่ และมีแผนเพิ่มบริการด้านอื่น ๆ เข้ามาเสริมในอนาคต 

ปัจจุบันไทย กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจผู้สูงวัย จากอัตราการเกิดลดลง ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มจำนวนขึ้น ด้วยการศึกษาที่ดีขึ้นและคนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประมาณการว่าประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มจาก 9.4% ปี 2543 เป็น 25.1% ปี 2573 

ขณะ ที่นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี กรุ๊ป กล่าวว่า อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง "รีไทร์เมนต์โฮม" และ "เนิร์สซิ่งโฮม" รูปแบบของบ้านพัก และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ รวม 5 โครงการ ที่หัวหิน สมุย ภูเก็ต รองรับผู้สูงอายุต่างชาติ ขณะที่ราชบุรีและรังสิต คลอง 5 รองรับคนไทย ใช้งบฯทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 30-40% คาดว่าโครงการที่หัวหินและราชบุรีจะเปิดได้ไตรมาส 2 ปี 2557 

"ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 2-3 ล้านบาท คอนโดฯ 5 ล้านบาท เริ่มทำการตลาดบ้างแล้ว คนที่มีกำลังซื้อสนใจ อยากอยู่ใกล้หมอ เรายังมีที่ดินอื่น ๆ จะนำมาทำต่อ อย่างพระราม 9 ต่างประเทศ เริ่มมีเจรจากับจีน" น.พ.บุญกล่าวและว่าสถานพยาบาลผู้สูงอายุและรีไทร์เมนต์โฮมในไทยมีจำนวนมาก แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลผู้สูงอายุในไทยและเอเชียยังไม่มี ต่างจากประเทศกลุ่มยุโรป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดมีความต้องการ จากจำนวนผู้สูงอายุ ขณะนี้มีสัดส่วน 11% ของประชากรหรือราว 7 ล้านคน จะขยับเป็น 15-20% ใน 10 ปีข้างหน้า และยังมีชาวต่างชาติ อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ที่ทำงานในไทยมานาน และยังต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งขณะนี้ก็มีต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่รวมกัน อาทิ กลุ่มสแกนดิเนเวียที่หัวหิน กลุ่มรัสเซีย เยอรมนีที่พัทยา

"จำเป็นต้องทำ เพราะผู้สูงอายุใช้เวลารักษาในโรงพยาบาลนาน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ก็น่าจะมีที่พักฟื้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายของคนไข้"

ด้าน โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 2 ผู้เล่นหลักในตลาดผู้สูงอายุ อยู่ในตลาดมา 30 ปี นายศีขรินทร์ ชเนศร์ ผู้อำนวยการแผนกผู้สูงอายุ กล่าวว่า การที่โรงพยาบาลหลายค่ายจะเข้ามาสู่ตลาดนี้ จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีทางเลือกมากขึ้น ปัจจุบันกล้วยน้ำไท 2 มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีสัดส่วน 80% ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายตึกให้บริการหลังใหม่ มีห้องพัก 70 เตียง จากที่มีอยู่ 80 เตียง คาดว่าจะเปิดใช้ปลายปีนี้ 

"เราถนัดเรื่องการ ดูแลผู้สูงอายุ ก็จะขยายงานมากขึ้น กล้วยน้ำไท 1 เตรียมจะเปิดคลินิกผู้สูงอายุ จากเดิมเป็นแค่แผนกหนึ่ง" นายศิขรินทร์กล่าว 

ด้าน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ น.พ.นำ ตันธุวนิตย์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ กล่าวว่า สนใจที่จะทำ "เนิร์สซิ่งโฮม" เพื่อให้บริการผู้ป่วยผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีสัดส่วนที่เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก โดยทางโรงพยาบาลมีความพร้อมด้านบุคลากร แพทย์ที่ศึกษาด้านผู้สูงอายุจากอเมริกาและอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแยกเป็นศูนย์ผู้ป่วยสูงอายุอย่างชัดเจน กำลังศึกษาหลาย ๆ แนวทาง 

"เรามีตึกใหม่ที่กำลังสร้างและอาคารเดิมที่กำลังปรับ พื้นที่ อย่างเนิร์สซิ่งโฮมก็เป็นไอเดีย ผู้สูงอายุที่เคยป่วยและอาการดีแล้ว แต่ยังต้องการการดูแลใกล้ชิด แต่ลูกหลานทำงานไม่มีคนดูแล ตลาดตรงนี้น่าจะดี เพราะจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น" นายแพทย์นำกล่าว

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โรงพยาบาลเอกชนเร่งสร้างจุดแข็ง เสริมทีมแพทย์-โนว์ฮาวตปท.ตอกย้ำ"เมดิคอลฮับ"

updated: 03 พ.ค. 2556 เวลา 12:23:15 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid
ยักษ์โรงพยาบาลเอกชนเร่งเสริมจุดแข็งด้านการแพทย์ กรุงเทพเพิ่มดีกรีดึงเบอร์ 1 ด้านโรคเฉพาะทางกลุ่มโรงพยาบาลต่างประเทศให้คำปรึกษาเคสยาก บำรุงราษฎร์ผนึกสถาบันโรคข้อ ดอร์ สหรัฐ ชูมาตรฐานเดียวกัน เวชธานีจับมือเกาหลีเสริมทัพด้านศัลยกรรมตกแต่ง

น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่ม "กรุงเทพดุสิตเวชการ" (BGH) เปิดเผยว่า นโยบายของกลุ่มนอกจากเดินหน้าสร้างเครือข่ายโรงพยาบาล ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านบุคลากรทางการแพทย์ การรักษามาตรฐานการรักษาพยาบาลทั้งในแง่ของคุณภาพการบริการ เพิ่มบริการใหม่ ๆ และนำนวัตกรรมการแพทย์ที่ทันสมัยเข้ามาใช้ สร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ และรับมือการแข่งขัน รวมทั้งรองรับลูกค้าต่างชาติทั้งที่จะเข้ามาเมื่อเปิดเออีซี และนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเข้ามาจำนวนมาก

ปัจจุบันมีการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลในเครือข่าย อาทิ ทยอยยกระดับโรงพยาบาลในเครือให้ได้มาตรฐานเจซีไอ ซึ่งเป็นมาตรการฐานการรักษาระดับสากล ขณะนี้มี 12 แห่งที่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งเทียบประเทศอาเซียนด้วยกัน พบว่าชาวต่างชาตินิยมเข้ามารักษาในไทยด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าสิงคโปร์ 3 เท่า นอกจากนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งเชิงวิชาการ โดยใช้งบฯ 0.01% ของรายได้ หรือ 40 ล้านบาท จัดทำดาต้าเบสของธุรกิจเฮลท์แคร์



นอกจากนี้ ยังเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรในต่างประเทศ ที่มีจุดแข็งด้านการรักษาในรูปแบบให้คำปรึกษา ไม่ได้ลงมือรักษาเนื่องจากกฎระเบียบของแพทยสภาต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเป็นภาษาไทย ทั้งนี้ โรงพยาบาลในเครือ 30 แห่ง มีบุคลากรทางการแพทย์ 7,000 คน แต่ในปี 2558 จะมีแพทย์ทั้งพาร์ตไทม์และฟูลไทม์รวม 11,000 คน

"ต้องยอมรับว่าบางวิชาเขาเก่งกว่าเรา เคสยากก็มีปรึกษาทางไกล ทำให้แพทย์ของเรามีความรู้มากขึ้น ด้านบริการทางการแพทย์ต้องการที่จะก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง

ตอนนี้เป็นระดับตติยภูมิ รักษาครบวงจรในโรคเฉพาะทางและโรคที่มีความซับซ้อนสูง จึงต้องหาองค์กรที่เก่งกว่า หาทางร่วมมือกัน นึกอะไรไม่ออกก็มาที่เรา เป็นที่พึ่งสุดท้าย"

น.พ.ชาตรี ดวงเนตร ประธานคณะผู้บริหารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ เพิ่มเติมว่า กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพร่วมกับเอ็มดีแอนเดอร์สัน แคนเซอร์ เซ็นเตอร์ ของสหรัฐ อันดับ 1 ของโลกด้านดูแลรักษาโรคมะเร็ง แลกเปลี่ยนความรู้และการวิจัย รวมทั้งยังเป็นที่ปรึกษาทางการรักษา ในลักษณะดูแลทางไกล ในอนาคตอาจร่วมมือส่งแพทย์มาประจำที่นี่

ล่าสุดยังร่วมกับโรงพยาบาลเมาท์ ไซนาย นิวยอร์ก โรงพยาบาลอันดับ 1 ด้านดูแลผู้สูงอายุ ร่วมมือส่งแพทย์เข้ามาให้คำแนะนำเปิดศูนย์บริการผู้ป่วยสูงอายุ รวมถึงรูปแบบให้บริการที่มีลักษณะเดียวกัน

"ยังมีอื่น ๆ อีก โรงพยาบาลสแตนฟอร์ด ด้านโรคเกี่ยวกับกระดูก และกำลังดู ๆ อยู่อย่างโรคหัวใจ" น.พ.ชาตรีกล่าว

เร็วๆ นี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ประกาศความร่วมมือกับสถาบันโรคข้อ ดอร์ จากสหรัฐ น.พ.นำ ตันธุวนิตย์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า สถาบันโรคข้อ ดอร์ มีชื่อเสียงในสหรัฐ ด้านพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรักษาอาการข้อเสื่อม ทั้งนำเทคโนโลยีแขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและข้อสะโพกเทียม มีการลงทุน 70 ล้านบาท ถือเป็นครั้งแรกของเอเชีย และยังส่งบุคลากรด้านศัลยแพทย์กระดูกและข้อ 17 คน อบรมแลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยเพื่อผ่าตัดรักษาอาการปวดข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"กำลังศึกษาความร่วมมืออื่น ๆ เพิ่ม มองหาสถาบันที่ดีที่สุด สาขาที่เรายังไม่เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้ป่วยเชื่อมั่นและมาใช้บริการเพิ่มขึ้น"

ด้านนายชาคริต ศึกษากิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรงพยาบาลเอกชนในไทยมีความร่วมมือกับต่างประเทศด้านการแพทย์ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่จากนี้น่าจะมีความร่วมมือมากขึ้น ทั้งการเวิร์กช็อปเคสยาก ๆ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในส่วนของเวชธานีก็เช่นเดียวกัน อาทิ ร่วมมือกับเกาหลีด้านศัลยกรรมตกแต่ง ทันตกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ตและเบอร์ลิน โดยเลือกพันธมิตรที่มีชื่อเสียงในแต่ละสาขา

ขณะเดียวกัน ก็ส่งแพทย์เข้าไปให้คำปรึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ คลินิกโรคตาในพม่า และโรคทางสมองในกัมพูชา ซึ่งเพิ่งเริ่มปีที่แล้ว

"คนไข้ได้รับการดูแลเท่าการรักษาในต่างประเทศ การส่งแพทย์ไปให้คำปรึกษาในประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นการสร้างแบรนด์ และส่งต่อเคสยาก ๆ เข้ามารักษาในไทย"

ก่อนหน้านี้ ศ.น.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เพื่อรองรับการเปิดเออีซี

ขณะนี้แพทยสภาอยู่ระหว่างศึกษาระเบียบและแก้ไขกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น อาทิ การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมชั่วคราวสำหรับแพทย์ต่างชาติ การเปิดให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้าบุคลากรจากต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาทางการแพทย์ อีกแนวทางคือ เป็นฮับทางการศึกษาให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

รพ.กรุงเทพฯเตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ รองรับคนไข้ระดับกลางและประกันสังคม นำร่อง 3แห่งปีนี้ "ภูเก็ต -พัทยา-ระยอง"

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business
นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะเปิดแบรนด์ใหม่ เจาะกลุ่มคนไข้ระดับกลางในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการคนไข้ที่ใช้ระบบประกันสังคมซึ่งมีอยู่ประมาณ 9 ล้านคน โดยจะพยายามเปิดในพื้นที่ที่มีรพ.เครือรพ.กรุงเทพอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถใช้เครื่องมือและบุคลากรแพทย์ร่วมกันได้


ปี้นี้จะเปิดใน 3 พื้นที่ คือ ภูเก็ต ระยอง พัทยา ขนาดแห่งละ 59 เตียง คาดว่างบลงทุนประมาณ 2-3ล้านต่อเตียงบาท(118-177ล้านบาทต่อแห่ง หรือรวม3 แห่ง 354-531 ล้านบาท) ถูกกว่ารพ.ระดับบนที่มีต้นทุนลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทต่อเตียง

"รพ.ขนาดกลางจะสร้างใหม่ ในมาตรฐานใกล้เคียงกับรพ.เปาโลที่สามารถรองรับคนไข้ประกันสังคมได้ ซึ่งจะอยู่ภายใต้แบรนด์ใหม่ แต่ให้รับรู้ว่าอยู่ในเครือรพ.กรุงเทพ โดยให้นโยบายการดำเนินงานไป 3 ข้อคือ 1.คุณภาพการรักษาต้องดี เพราะใช้แพทย์และเครื่องมือร่วมกับรพ.กรุงเทพในพื้นที่นั้นๆ 2.รวดเร็วกว่ารพ.ของรัฐ และ 3.ราคาประหยัด"

ทั้งนี้แม้ว่ารพ.ระดับกลางอัตราการทำกำไรจะน้อยกว่ารพ.ระดับบน แต่ต้นทุนลงทุนโดยเฉพาะเครื่องมือทางการแพทย์ และแพทย์จะถูกลง เพราะใช้ศักยภาพจากที่เครือรพ.กรุงเทพมีอยู่ และหากมีเคสที่ยากขึ้น ก็สามารถส่งต่อให้รพ.กรุงเทพได้