แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสนสิริ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสนสิริ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

แสนสิริบุกตลาดบ้านไฮเอนด์



23 มีนาคม 2556, 05:00 น.
ที่มา http://m.thairath.co.th/content/eco/334091
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายได้มุ่งเน้นการลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทั้งโครงการทาวน์เฮาส์และบ้านเดียวกันอย่างคึกคักเป็นประวัติการณ์ตามทิศทางของการขยายโครงการระบบขนส่งมวลชนออกไปรอบชานเมือง

ไม่แพ้กระแสของคอนโดมิเนียมที่เกาะพาดตามระบบขนส่งมวลชนหรือรถไฟฟ้าที่กำลังเร่งก่อสร้างกันในขณะนี้ ซึ่งบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในยักษ์ใหญ่ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โชว์แผนรุกธุรกิจแนวราบกับ 21 โครงการใหม่ในปีนี้ พร้อมกับการเปิดตัวแบรนด์ “นาราสิริ” บ้านไฮเอนด์ระดับราคาเริ่มต้น 15-100 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมตลาดทุกระดับกับเป้าหมายขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดบ้านหรู

นายเมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาโครงการแนวราบของในปีนี้เป็นบ้านเดี่ยว 13 โครงการ มูลค่าประมาณ 22,504 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 8 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 2,723 ล้านบาท

โดยในช่วงเดือน มี.ค.นี้ บริษัทจะมีการเปิดตัว 3 โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ได้แก่โครงการบุราสิริ เกาะแก้ว ซึ่งเป็นโครงการแรกใน จ.ภูเก็ต, โครงการเศรษฐสิริ ราชพฤกษ์-จรัญ 2 รวมทั้งโครงการนาราสิริ พุทธมณฑล สาย 1 กับราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท



“ในปี 56 บริษัทยังมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการรุกพัฒนาโครงการแนวราบ  เพื่อมุ่งขยายฐานการดำเนินธุรกิจให้เติบโตตามแผน 6 กุญแจสำคัญที่จะผลักดันสู่เป้าหมาย ประกอบด้วย การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบรับทุกความต้องการและครอบคลุมทุกเซกเมนต์อย่างต่อเนื่อง โดยรุกพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดที่มีความน่าสนใจและที่สำคัญในปีนี้บริษัทจะรุกพัฒนาบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ “นาราสิริ” อีกครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนมากยิ่งขึ้น”

โครงการนาราสิริ 4 โครงการใหม่ในทำเลทอง ได้แก่ บางนา, พุทธมณฑลสาย 1, พระราม 2 และศรีนครินทร์ ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนขยายตลาดให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์มากขึ้น ได้แก่ แผนการพัฒนาบ้านเดี่ยวในระดับราคา 3 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ในราคา 1.5 ล้านบาท ในทำเลที่ใกล้แหล่งงาน เช่น นิคมอุตสาหกรรมในทำเลปทุมธานี หรืออยู่ใกล้แหล่งเมืองเก่า เช่น ประชาอุทิศ หรือสำโรง เป็นต้น โดยคาดว่าจะเปิดการขายได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

นายเมธา กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในปี 56 นี้ ไว้ที่ประมาณ 18,000 ล้านบาท โดยโครงการในแนวราบของแสนสิริ ได้จัดวางตำแหน่งคือ แบรนด์นาราสิริ ระดับราคาเริ่มต้น 15-100 ล้านบาท 2. แบรนด์เศรษฐสิริ ราคา 6-20 ล้านบาท 3. แบรนด์บุราสิริ ที่มีระดับราคา 5-10 ล้านบาท 4. แบรนด์สราญสิริ ระดับราคา4-8 ล้านบาท 5. แบรนด์ฮาบิเทีย ระดับราคา 3.5-8 ล้านบาท รวมทั้งบ้านเดี่ยวในระดับราคา 3 ล้านบาท ที่มีแผนเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในปีนี้ด้วยเช่นกัน

“สำหรับทาวน์เฮาส์ภายใต้แบรนด์ “ทาวน์ อเวนิว” ในระดับราคา 4–6 ล้านบาท ซึ่งยังคงใช้เป็นหัวหอกหลักที่จะเข้าไปบุกตลาดในกลุ่มนี้ โดยเตรียมเปิดตัวในทำเลต่างๆ และเดินหน้าเปิดตัวทาวน์เฮาส์ภายใต้แบรนด์ฮาบิทาวน์ ในระดับราคา 2–3 ล้านบาท ในทำเลรอบๆกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง”

อีกทั้งบริษัทยังมีแผนเตรียมเปิดตัวทาวน์เฮาส์ในระดับราคา 1.5 ล้านบาท ในทำเลที่ใกล้แหล่งงาน โดยเตรียมเปิดเผยแบรนด์ใหม่ในปีนี้ เพื่อตอบรับความต้องการและสอดคล้องกับสภาพตลาดระดับนี้ที่ยังคงมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาบริษัทก็ยังคงประสบความสำเร็จจากการขยายและพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกระดับราคา ทั้งในกรุงเทพฯและตลาดต่างจังหวัด อาทิ โครงการบ้านแฝด ฮาบิเทีย เกาะแก้ว จังหวัดภูเก็ต จำนวน 244 ยูนิต ซึ่งเล็งปิดการขายได้ภายในเดือน มี.ค.นี้ รวมทั้งทาวน์เฮาส์ในโครงการ ฮาบิทาวน์ เกาะแก้ว จังหวัดภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้วถึง 80%

ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในปี 55 มีมูลค่ารวมถึง 14,000 ล้านบาท กับการเข้าถึงตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทุกเซกเมนท์และเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร.


วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

โดย: วานิชหนุ่ม

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2556

'SIRI'ติดใจกำลังซื้ออีสานโตพุ่ง


วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2013 เวลา 11:11 น.
ที่มา http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view
บมจ.แสนสิริ รุกตลาดคอนโดฯขอนแก่นต่อเนื่อง ทุ่มอีกกว่า 1,650 ล้าน ผุดโครงการที่ 2  เดอะเบส เทพารักษ์-ขอนแก่น  มั่นใจดีมานด์ยังมีอีกมาก  ยันไม่ห่วงฟองสบู่อาคารชุด  ชี้ข้อมูลจากแบงก์ชาติภาคอีสานในเขตเมืองขอนแก่นมีโครงการคอนโดฯเปิดตัวไปแล้ว 30 โครงการ รวมกว่า 7 พันยูนิต

    นายอุทัย  อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือSIRI เปิดเผยว่า จากผลตอบรับที่ดีของโครงการเดอะเบส ไฮท์ มิตรภาพ-ขอนแก่น สามารถปิดการขาย 983 ยูนิต ในระยะเวลาอันรวดเร็ว แสดงถึงดีมานด์ที่มีอยู่มาก แสนสิริจึงเดินหน้าเปิดตัวโครงการเดอะเบส เทพารักษ์-ขอนแก่น เป็นโครงการที่ 2 ในจังหวัดขอนแก่น มูลค่าโครงการประมาณ 1,650 ล้านบาท
    โดยชูคอนเซ็ปต์โครงการว่า ชีวิตก้าวกระโดด สะท้อนถึงความก้าวล้ำไปข้างหน้า รวมถึงการขยายตัวด้านเศรษฐกิจของจังหวัดที่เติบโตในลักษณะก้าวกระโดด ซึ่งขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ที่ดีต่อเนื่อง ผลจากมีสถาบันการศึกษาที่มี่ชื่อเสียง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ทั้งเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์ และการคมนาคมที่สำคัญ มีจุดเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอาเซียน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในอนาคต เป็นปัจจัยนำไปสู่ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ประกอบกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็วในการใช้ชีวิต
    สำหรับโครงการเดอะเบส เทพารักษ์-ขอนแก่น ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองขอนแก่น บนพื้นที่ 4 ไร่ ห่างจากศาลหลักเมืองขอนแก่นเพียง 500 เมตร สามารถเดินทางเข้า-ออก ได้ทั้งถนนศรีจันทร์และถนนเทพารักษ์ โดยเป็นอาคารสูง 26 ชั้น 620 ยูนิต ในราคาเริ่มต้นที่ 1.9 ล้านบาท โดยบริษัทเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา คาดว่าจะได้รับการตอบรับดีไม่ต่างจากโครงการแรก
    ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลการสำรวจภาวะอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือปี  2555 และแนวโน้มปี 2556 ของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่า จังหวัดขอนแก่นมีโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่นทั้งที่เปิดตัวไปแล้วและยังไม่เปิดตัวรวมทั้งสิ้น 30 โครงการ ยอดการพัฒนามากกว่า 7,000 ยูนิต ซึ่งแต่ละโครงการส่วนใหญ่อยู่ระหว่างก่อสร้าง จะเริ่มทยอยเปิดตัวโครงการออกมาเรื่อยๆในตลาด
    นายอุทัย กล่าวต่อไปว่า กรณีที่มีผู้ประกอบการรุกเข้ามาทำธุรกิจอาคารชุดในจังหวัดขอนแก่นจำนวนมากว่า ไม่น่าเป็นห่วงฟองสบู่อาคารชุด เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งที่ผ่านมา 13 ปีแล้ว เป็นบทเรียนให้คนไทยเก็บออมจนมีความมั่งคั่ง ขณะที่สถาบันการเงิน พัฒนาโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่ง ทำธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ที่สำคัญศักยภาพขอนแก่นเป็นศูนย์กลางด้านต่างๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความต้องการที่อยู่อาศัยมาก โดยเฉพาะอาคารชุด และมั่นใจว่าเมื่อก้าวสู่เออีซีเต็มรูปแบบความต้องการที่อยู่อาศัยในจังหวัดจะเพิ่มขึ้นอีกมาก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,831
วันที่  31  มีนาคม - 3 เมษายน พ.ศ. 2556

วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

5ยักษ์อสังหาฯปรับทิศลงทุนหนี"แสนสิริ"


5ยักษ์อสังหาฯปรับทิศลงทุนหนี"แสนสิริ" เฮโลบุกแนวราบ123โครงการแสนกว่าล้าน
updated: 07 ก.พ. 2556 เวลา 08:52:28 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1360201695
อสังหาฯปีงูเล็กเคลื่อนไหวแรง 5 บิ๊กแบรนด์ "แลนด์ฯ-พฤกษา-เอพี-เพอร์เฟค-ศุภาลัย" ลุยลงทุนแนวราบ รับกำลังซื้อฟื้นตัว ระบบขนส่งมวลชนรอบทิศทาง และกระจายความเสี่ยง หลังคอนโดฯแสนสิรินำลิ่ว ดาหน้าบุก "ทาวน์เฮาส์-บ้านเดี่ยว" ทั้งปีรวม 123 โครงการ มูลค่าแสนกว่าล้านบาท สถิติเพิ่มพรวดจากปีก่อนเท่าตัว เกจิชี้ปีนี้ทำเลชานเมืองขยายตัว บางส่วนไปโตในต่างจังหวัด


แหล่งข่าวในวงการพัฒนาที่ดิน ตั้งข้อสังเกตกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนลงทุนโครงการแนวราบมากขึ้นเป็นเท่าตัว สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงและทิศทางการแข่งขัน โดยเฉพาะการกระจายพอร์ตลดความเสี่ยงและแตกทำเลจากในเมืองสู่ชานเมืองอีกครั้ง รวมถึงการขยายตลาดสู่ภูมิภาคหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ


"ถามว่าคอนโดฯตลาดอิ่มตัวหรือยัง ตอนนี้แค่เริ่ม ๆ แต่การแข่งขันดุเดือดมาก แสนสิริก็มาแรงและเร็ว ทั้งการสร้างแบรนด์และช่วงชิงลูกค้าคนเมือง อย่าง แอล.พี.เอ็น.ฯ เป็นเจ้าตลาดคอนโดฯก็จริง แต่ลูกค้าคนละกลุ่ม รายได้แตกต่างกัน ล่าสุดก็กำลังลงมาชิมตลาดแนวราบอีกครั้งในนามบริษัทพรสันติฯ" แหล่งข่าวสรุป


จากการประมวลข้อมูลแผนการลงทุนในปี 2556 "ประชาชาติธุรกิจ" พบว่ามีปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าสนใจ แม้คอนโดมิเนียมยังคงมาแรง แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายกลับเทน้ำหนักมาที่ตลาดบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์มากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าตลาดปีนี้ค่อนข้างสดใส เพราะการขยายตัวของโครงการระบบขนส่งมวลชนรอบทิศทาง โดยเฉพาะทำเลชานเมืองและต่างจังหวัด ผู้บริโภคเองก็มั่นใจว่าน้ำท่วมจะไม่กลับมาเป็นปัญหาอีก


ที่สำคัญ หลายบริษัทเคยชะลอขึ้นโครงการบ้านแนวราบมาแล้วในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 ขณะเดียวกันตลาดคอนโดฯก็เกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายบางทำเล


จากสถิติศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้วมีที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่รวม 380 โครงการ รวม 100,700 หน่วย เป็นบ้านจัดสรร 217 โครงการ แต่มีจำนวนหน่วยเพียง 38,100 หน่วย ต่างจากคอนโดฯที่เปิดตัวทั้งปีมี 163 โครงการ แต่มีจำนวนมากถึง 62,600 หน่วย


5 บิ๊กอสังหาฯเปิด 123 โครงการ

"ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจพบอีกว่า ปีนี้บริษัทอสังหาฯชั้นนำ 5 รายแรกประกาศลงทุนโครงการทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวมากที่สุด ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล และต่างจังหวัด ประกอบด้วย บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บมจ.เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (เอพี) บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และ บมจ.ศุภาลัย รวมแล้ว 120-123 โครงการ รวมมูลค่า 109,440 ล้านบาท ต่างจากปีที่แล้วที่ 5 รายนี้เปิดตัวโครงการใหม่เพียง 68 โครงการ รวมมูลค่า 74,815 ล้านบาท


ในจำนวนนี้ เมื่อเปรียบเทียบปี 2555-2556 พฤกษาฯจะเปิดตัวแนบราบมากสุด จาก 26 เป็น 63 โครงการ แลนด์ฯจากที่เปิด 8 เพิ่มเป็น 14 โครงการ เอเชี่ยนฯจาก 10 เป็น 15 โครงการ (ดูตารางประกอบ)



ศุภาลัย-เพอร์เฟค ชี้กำลังซื้อฟื้น
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ที่เปิดตัวโครงการแนวราบมากขึ้นก็เพื่อรองรับผลดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยมีปัจจัยมาจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) คืบหน้าไปมาก ประกอบกับปีที่ผ่านมากรุงเทพฯและปริมณฑลไม่มีปัญหาน้ำท่วม โดยใช้รุกโซนรังสิตและจังหวัดนนทบุรีอีกครั้ง ทั้งซื้อที่ดินใหม่รวมกับแลนด์แบงก์เดิม


นายวสันต์ ศรีรัตนพงษ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาโครงการเพอร์เฟคพาร์ค บางบัวทอง มียอดขายดี เฉลี่ยเดือนละ 8-12 หลัง ดังนั้นตลาดแนวราบน่าจะไปได้สวยปีนี้จะพัฒนา 15 โครงการ เน้นแบรนด์ "เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ" บ้านเดี่ยวไฮเอนด์ราคายูนิตละ 15-20 ล้านบาทขึ้นไป และเพอร์เฟคเพลส เฉลี่ยยูนิตละกว่า 3-5 ล้านบาท ฯลฯ


บ้านแนวราบเปิดใหม่ 40%
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรฟันธงว่า บ้านแนวราบตลาดเริ่มขยายแล้ว จากข้อมูลปี 2555 เฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลที่เปิดตัวโครงการแล้ว 95,000 ยูนิต 35% คือแนวราบ อีก 65% เป็นคอนโดมิเนียม ซึ่งปีนี้แนวราบจะโตขึ้นเป็น 40% เนื่องจากกำลังซื้อกลับมาเป็นปกติแล้ว ขณะที่ภาพรวมโครงการใหม่น่าจะเพิ่มขึ้น 10%


อย่างไรก็ตาม ราคาที่ดินแพงยังเป็นปัญหาทั้งผู้พัฒนาและผู้บริโภค ทำให้ทาวน์เฮาส์ราคาล้านต้น ๆ ในย่านปริมณฑลทำได้ยาก แต่ในต่างจังหวัดยังทำได้ทั้งนี้ วิเคราะห์ว่าทาวน์เฮาส์ใหม่ที่เปิดตัวย่านปริมณฑลจะเคาะราคาเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาทบวกลบ เช่น ทำเลรัตนาธิเบศร์ ที่ดินแพงขึ้น ทำทาวน์เฮาส์บ้านเดี่ยวไม่ค่อยได้แล้ว ทำเลลำลูกกาจากราคายูนิตละ 7-8 แสนบาท แต่ด้วยต้นทุนทุกอย่างทำให้ทาวน์เฮาส์ตอนนี้วิ่งไปที่ 1.3 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ


"ทำเลการแข่งขันตลาดบ้านแนวราบที่น่าจับตาปีนี้จะอยู่ที่ทำเลรังสิต-ลำลูกกา และพระราม 2 ราคายูนิตละไม่เกิน 3-4 ล้านบาท" นายอิสระกล่าว