แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เป็ปซี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เป็ปซี่ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

ยอดขาย 'เป๊ปซี่' ฟื้นพร้อมทวงส่วนแบ่งตลาด



วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 03:33
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ผลประกอบการในไตรมาส 4 "เป๊ปซี่ โค" โต 17% จากยอดขายที่ได้จากธุรกิจในส่วนต่างๆ ส่งสัญญาณการเติบโต หลังประกาศแผนฟื้นฟูยอดขายเมื่อ 1 ปี

เป๊ปซี่ คาดการณ์ว่าในปี 2556 จะมีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 7% ทำให้กลับสู่เป้าหมายการเติบโตระยะยาวของตัวเองได้สำเร็จหลังจากที่สะดุดไป 1 ปีเต็มจากการปรับโครงสร้างใหม่และทุ่มเงินมหาศาลไปกับการโฆษณา และทำให้ผลประกอบการประจำปีเพิ่มขึ้นโดยแบ่งเป็นหุ้นๆละ 2.27 ดอลลาร์ จากเดิม 2.15 ดอลลาร์

ทั้งรายได้และกำไรในไตรมาสที่สี่บริษัทเป๊ปซี่ โค สูงกว่าการคาดการณ์ของวอลล์สตรีท ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 1% เป็น 72.28 ดอลลาร์ หลังปิดตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (14 ก.พ.)

เป๊ปซี่ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำอัดลมหลากชนิด เครื่องดื่มเกลือแร่ "เกเตอเรด" และขนมขบเคี้ยว "ฟริโต-เลย์" พยายามกระตุ้นยอดขายผ่านการโฆษณาและเน้นไปที่ 12 แบรนด์หลักของตัวเองในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กลยุุทธดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเป๊ปซี่ "อินดรา นูยี" ถูกบรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์วิจารณ์อย่างรุนแรงเกี่ยวกับแผนบริหารบริษัทรวมทั้งไม่ยอมชี้แจงการแยกธุรกิจอาหารออกจากธุรกิจเครื่องดื่ม

ทั้งนี้ เป๊ปซี่ได้เพิ่มงบการตลาดเป็นจำนวนประมาณ 500-600 ล้านดอลลาร์ เพื่อทำให้ธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลมของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ซีอีโอของบริษัทเป๊ปซี่ โค กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (14 ก.พ.) ว่า เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ยังคงมีศักยภาพการเติบโต โดยเฉพาะเครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง "เมาท์เทนดิว" ของเป๊ปซี่ ซึ่งสามารถแข่งขันกับเครื่องดื่มประเภทโคล่าได้อย่างคู่คี่ นอกจากนี้ บริษัทเป๊ปซี่ โค ยังพยายามอย่างต่อเนื่องในการคิดค้นเครื่องดื่มโคล่าที่มีแคลอรี่น้อยลงแต่คงรสชาติเดิม

"เป๊ปซี่ เน็กซ์" น้ำอัดลมยี่ห้อใหม่ ซึ่งมีน้ำตาลน้อยกว่าเป๊ปซี่แบบปกติ 60% ถูกโฆษณาระหว่างการแข่งขัน "ซูเปอร์ โบวล์" และมียอดขายประจำปีแตะระดับ 100 ล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทเป๊ปซี่ โค ยังคิดค้นสารแทนความหวานจากธรรมชาติเพื่อกระตุ้นยอดขายเครื่องดื่มประเภทโคล่าอีกด้วย

เป๊ปซี่ รายงานว่า มีผลกำไรเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.66 พันล้านดอลลาร์จาก 1.42 พันล้านดอลลาร์ หรือเทียบเป็นราคาหุ้นที่ 1.06 ดอลลาร์ต่อหุ้นจาก 89 เซนต์ต่อหุ้นในปีก่อนหน้านี้ ถ้าไม่นับรวมในส่วนของการประเมินมูลค่ายุติธรรม สิทธิประโยชน์ทางภาษี การชำระเงินบำนาญ และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างใหม่ กำไรจะลดลงเหลือ 1.09 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่รายได้ก็ลดลง 1% เหลือ 1.995 หมื่นล้านดอลลาร์

จากการสำรวจความเห็นบรรดานักวิเคราะห์โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ล่าสุด นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เป๊ปซี่จะได้กำไร 1.05 ดอลลาร์ต่อหุ้นจากรายได้ 1.97 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีอัตรากำไรจากการดำเนินธุรกิจในระดับที่ไม่ต่างกันอยู่ที่ 11.1%

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2556

น้ำอัดลม"แองกรี้เบิร์ด"ยอดขายอันดับ 1 แซงหน้า"โค้ก-เป็ปซี่"ในฟินแลนด์!?


จากมติชนออนไลน์
ที่มา http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2631701
http://www.bangkok-today.com/node/14646
ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสมาร์ทโฟนแล้ว แต่"แองกรี้เบิร์ด" ยังออกผลิตภัณฑ์น้ำอัดลม กระทั่งปัจจุบันกลายเป็นน้ำอัดลมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในฟินแลนด์ เหนือแบรนด์ดังอย่าง"โคคา-โคลา"และ"เป็ปซี"
นายปีเตอร์ เวสเตอร์บัคก้า ประธานฝ่ายการตลาด บริษัท โรวิโอ เจ้าของเกมดังอย่างแองกรี้เบิร์ด ได้ประกาศข่าวดังกล่าวที่การประชุมในกรุงเฮลซิงกิ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะวางจำหน่ายเครื่องดื่มชนิดนี้ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในเร็วๆนี้ด้วย

รายงานข่าวของเว็บไซต์เน็กซ์ เว็บ ซึ่งรายงานข่าวนี้ เปิดเผยว่า มันมีรสชาติคล้ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อ Lilt ของบ.โคคา-โคลา ที่แต่งกลิ่นและรสให้คล้ายผลไม้เมืองร้อนหลายชนิด แต่มีรสหวานน้อยกว่า
ตามข้อมูลของบริษัท ระบุส่วนผสมหลักในเครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำ น้ำตาล และฟรุกโตส โดยมีคอนเซ็ปต์ว่า "break the shackles" หรือ"ปลดปล่อยจากพันธนาการ" จากรสชาติเดิมๆของน้ำอัดลมทั่วไป

ทั้งนี้ มีการผลิต 4 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ "ทรอปิค" หรือรสผลไม้เมืองร้อน, "พาราไดซ์" หรือรสสัปปะรดผสมส้มแมนดาริน, "ลากูน" หรือรสแอปเปิ้ลผสมลูกแพร์ และ "สเปซ โคเม็ต" หรือรสส้มผสมโคล่า นอกจากนั้นยังมีรสชาติสำหรับเด็ก ได้แก่ "Hello Kitty Raspberry" และ "HeviSaurus Pear" สนนราคาขายอยู่ที่กระป๋องละ 2.79 ยูโร หรือประมาณ 111 บาท ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ทางผู้ผลิตเตรียมจะนำไปขายในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วย

ที่ยอดขายสูงปรี๊ดแซงหน้ายี่ห้อที่ครองตลาดมาตลอดอย่างโค้กและเป็ปซี่ได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเพราะรสชาติที่ถูกใจคนดื่ม หรือคลั่งไคล้ในตัวเกม Angry Birds กันแน่