แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำดื่ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำดื่ม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"น้ำดื่ม" โหมปลุกยอด อัดโปรโมชั่น...ตามรอย "ชาเขียว"


updated: 08 พ.ค. 2556 เวลา 11:58:58 น.

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ตลาดน้ำดื่ม 2.3 หมื่นล้านบาทช่วงหน้าร้อนปีนี้ดูจะคึกคักมากกว่าปกติ เพราะทุกค่ายต่างงัดแคมเปญโปรโมชั่นชิงโชคออกมาวาดลวดลายกระตุ้นยอดขายกันอย่างถ้วนหน้า โดยเฉพาะท็อปไฟฟ์ยักษ์ใหญ่ในตลาดทั้งสิงห์ คริสตัล ช้าง ฯลฯ

โดยทุกค่ายต่างจัดหนัก จัดเต็ม ซึ่งมักไม่เห็นภาพนี้มากนักในอดีต ไม่เหมือนกับ "ชาเขียวพร้อมดื่ม" ที่กลยุทธ์ดังกล่าวกลายเป็น "ขาประจำ" ที่ต้องทำกันตลอดทุกเทศกาล ไม่เว้นโลว์ซีซั่น หรือช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม หากดูความเคลื่อนไหวของตลาดน้ำดื่มขณะนี้ดีกรีการแข่งขันก็ดูไม่ยิ่งหย่อนไปจากตลาดชาเขียวมากนัก เมื่อทุกค่ายต่างทุ่มงบฯชิงโชคกันแบบไม่มีใครยอมใคร

ล่าสุดที่สร้างความฮือฮาพอสมควร คือการที่ผู้นำตลาดอย่าง "สิงห์" ก็ออกมากระหน่ำคอนซูเมอร์ โปรโมชั่นปลายหน้าร้อนกับแคมเปญ "ลุ้นรหัสรับ iPhone 5 กับน้ำดื่มสิงห์" ซึ่งถือเป็นการพลิกเกมของค่ายสิงห์ก็ว่าได้

แม้ทุกปีสิงห์จะมีแคมเปญออกมากระตุ้นตลาดกับ "ชิงทองรวยล้าน" แต่ครั้งนี้ได้พลิกกลยุทธ์ตามสมัยนิยมกับโปรโมชั่นสไตล์ "ลุ้นรหัสใต้ฝา" ที่กำลังฮอตฮิต และเริ่มระบาดไปยังสินค้าต่าง ๆ โดยมีจุดเริ่มต้นจาก "อิชิตัน" ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

เช่นเดียวกับรางวัลที่แจกก็เปลี่ยนไปเป็น "ไอโฟน" พร้อมเลื่อนระยะเวลาจัดแคมเปญให้เร็วขึ้น จากเดิมเน้นในช่วงไตรมาส 3 เพื่อกระตุ้นยอดโลว์ซีซั่น เปลี่ยนมาเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน-18 กรกฎาคม เพื่อออกมาชนกับบรรดาคู่แข่งทั้งคริสตัล และช้าง ที่ต่างโหมโปรโมชั่นอยู่ในขณะนี้

โดยตั้งแต่ปีที่แล้วสิงห์ได้ทุ่มงบฯลงทุนด้านฐานการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยมีแผนขยายโรงงานน้ำดื่มอีก 2 แห่ง เริ่มก่อสร้างปลายปีที่แล้ว 1 แห่ง และปีนี้อีก 1 แห่ง ใช้งบฯลงทุนประมาณ 500-600 ล้านบาทต่อโรงงาน
ขณะที่คู่รักคู่แค้นอย่าง "เครื่องดื่มตราช้าง" ล่าสุดก็ผนึกแม็คโครเปิดตัวแคมเปญ "เครื่องดื่มตราช้างจัดเต็ม !

ลุ้นรวยทองเป็นเศรษฐี หรือลุ้นฟรีมอเตอร์ไซค์" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือเป็นแคมเปญ

โปรโมชั่นครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์และกระตุ้นยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตราช้างอย่างต่อเนื่อง

"สรกฤต ลัทธิธรรม" ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ชี้ว่า การทำตลาดเครื่องดื่มของบริษัทมุ่งให้ความสำคัญ

กับช่องทางการค้าโมเดิร์นเทรด เพราะตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้ง

รายใหญ่และรายย่อยได้อย่างดี ครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะแม็คโครซึ่งเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าในราคาขายส่งให้แก่ร้านโชห่วย ร้านอาหาร โรงแรม

และรีสอร์ต ซึ่งมีลูกค้าสมาชิกกว่า 2 ล้านรายจากทั่วประเทศ จึงเดินหน้าทำตลาดต่อเนื่องในช่องทางนี้

ด้าน "ปริญญา เพิ่มพานิช" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการขาย บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ระบุว่า

ปัจจุบันตลาดน้ำดื่มเกือบทุกค่ายมีการทำคอนซูเมอร์โปรโมชั่นกันอย่างรุนแรง ซึ่งในอดีตไม่ได้เป็นเช่นนั้น ต้องยอมรับว่า "คริสตัล" เป็นคนจุดประกายในเรื่องนี้

จากปีที่แล้วที่มีการส่งโปรโมชั่น "ดื่มคริสตัลวันนี้ ลุ้นดูดีไม่ซ้ำใคร กับซูซูกิ

สวิฟท์ใหม่ 5 คัน" ออกมากระตุ้นตลาดในช่วงหน้าร้อน พบว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปี 2555 คริสตัลมียอดขายเติบโตสูงถึง 25%

"เราเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมแคมเปญการตลาดและส่งเสริมการขายในตลาด

น้ำดื่มที่แปลกใหม่ และไม่ซ้ำใคร ปลายปีที่แล้วก็เปิดตัวโปรโมชั่นส่งฝาคริสตัลมาลุ้นซัมซุง กาแล็คซี่ โน๊ต 2 กว่า 6 ล้านฝา เพื่อขยายกลุ่มลูกค้า ปีที่แล้วก็ได้แนะนำขนาด 1 ลิตรออกสู่ตลาดเพื่อเจาะกลุ่มช่องทางร้านอาหาร" สำหรับปีนี้คริสตัลต่อเนื่องด้วย

โปรโมชั่น หน้าร้อน "ดูดีสไตล์อิตาลีได้ทุกขวด" ส่งฝาและฉลากชิง "เวสป้า" รุ่นคริสตัล ลิมิเต็ด เอดิชั่น 30 คัน เริ่มตั้งแต่ปลายมีนาคมถึงสิ้นพฤษภาคม โดยตั้งเป้าผลักดันยอดขายคริสตัลเติบโต 25%

จากแคมเปญนี้ และเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดน้ำดื่มเป็น 19% ภายในสิ้นปี และหวังขึ้นเป็นเบอร์ 1 ใน 3 ปีข้างหน้า

"เมื่อเราทำโปรโมชั่นปีที่แล้ว และประสบความสำเร็จ ก็ทำให้ทุกค่ายเห็นโอกาสตรงนี้และออกมาทำด้วย เรียกว่าตอนนี้

ถ้าใครไม่ทำก็จะกระทบ จึงเกิดปรากฏการณ์ที่ทุกค่ายออกมาเปิดทำโปรโมชั่น ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในตลาดน้ำดื่ม"

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเสริมสุขก็เชื่อว่า กลยุทธ์ชิงโชค หรือโปรโมชั่นแคมเปญสำหรับตลาดน้ำดื่มนั้น จะเป็นแค่สีสันในช่วงหน้าร้อน ไม่แพร่ระบาดและกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเหมือนกับที่เกิดขึ้น

ในตลาด "ชาเขียว" ที่พร้อมทำทุกเทศกาล

เพราะวันนี้ผลิตภัณฑ์น้ำดื่มยังคงขับเคลื่อนตลาดด้วยกลยุทธ์อื่น ๆ ผสมผสานกันไป ทั้งแพ็กเกจจิ้ง, การสร้างแบรนด์ และแคแร็กเตอร์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง

ส่วนซัมเมอร์นี้น้ำดื่มค่ายไหนจะสามารถพิชิตศึก และเก็บเกี่ยวส่วนแบ่งตลาดได้มากกว่ากัน ต้องติดตาม

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

โค้กขึ้นแชมป์น้ำดำรอบ20ปี ทุ่ม4พันล้านบ.ขยายลงทุนเพิ่ม


วันอังคารที่ 5 มีนาคม 2556 เวลา 13:45 น.
ที่มา http://www.dailynews.co.th/businesss/188504
ตลาดน้ำดำในปี 55 โค้กขึ้นเป็นอันดับ 1 แทนเป๊ปซี่ ที่ตกลงไปเป็นอันดับ 2 เติบโตที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 25 ปีตั้งแต่ทำธุรกิจมา
นายแอนโตนิโอ เดล โรซาริโอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โคคา-โคลา ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 55 ที่ผ่านมา บริษัทมีผลกำไรขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดธุรกิจเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ และหากแยกเฉพาะตลาดน้ำดำ โค้กก็ขึ้นเป็นอันดับ 1 แทนเป๊ปซี่ ที่ตกลงไปเป็นอันดับ 2 ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจโคคา-โคลา เติบโตที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 25 ปีตั้งแต่ทำธุรกิจมา โดยเติบโตขึ้น 23% หากแยกออกมาเฉพาะน้ำดำ โค้กเติบโต 32% ถือว่าสูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งประเทศไทย นับเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย มีส่วนแบ่งการตลาดรวมสูงสุด 55% ในตลาดธุรกิจเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ของไทย รวมถึงตลาดน้ำผลไม้ที่เติบโต 16.5%

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้โค้กขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้ เพราะคู่แข่งอีก 2 ค่ายเพิ่งเริ่มทำตลาดใหม่ จึงต้องใช้เวลาปรับตัว ขณะเดียวกันในส่วนของโค้ก ก็ได้เน้นทำการตลาดใหม่ ทั้งเพิ่มสายการผลิต โดยจะเปิดโรงงานใหม่ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยงบลงทุน 1,400 ล้านบาท และตลอดทั้งปีนี้ ได้ทุ่มลงทุนรวมสำหรับสายการผลิตอีก 4,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์ คือ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำอัดลมใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการขยายตลาดเครื่องดื่มไม่อัดลม ให้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายของ เดอะ โคคา โคลา คอมปะนี ที่ตั้งเป้าหมายจะขยายให้ตลาดเติบโตขึ้น 2 เท่าภายในปี 63 โดยไทยเป็นประเทศที่เป็นกำลังสำคัญ เพราะมียอดเติบโตสูง และคาดว่าในปี 63 ไทยจะเติบโตทางธุรกิจได้ถึง 2 เท่าแน่นอน

ด้านนายพรวุฒิ สารสิน รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด กล่าวว่า มี.ค.นี้ บริษัท จะเดินเครื่องสายการผลิตน้ำอัดลม ซึ่งผลิตได้นาทีละ 1,200 ขวด ที่โรงงานรังสิต และภายในปีนี้ มีแผนจะเพิ่มสายการผลิตใหม่อีก 3 เครื่อง เชื่อว่าจะช่วยผลิต ทั้งเครื่องดื่มแบบอัดลม ไม่อัดลมเพิ่มขึ้น โดยใช้งบทุนสายการผลิต 2,600 ล้านบาท อีกทั้งดูแลเรื่องการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องจนปีที่ผ่านมา สามารถขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของตลาดในไทยได้

“ที่ผ่านมาโค้กเจาะตลาดในภูมิภาคต่าง ๆ ได้หมด แต่กับตลาดในกรุงเทพฯ ยังเจาะได้ค่อนข้างยาก และจากปัญหานี้ จึงทำให้หันมาปรับปรุงการตลาด อย่างจริงจังช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มทำโฆษณาในกรุงเทพฯ มากขึ้น ดูแลเรื่องการจัดจำหน่ายและเน้นการบริการ ก็เริ่มได้ผล รวมถึงการที่ เอสและเป๊บซี่เปลี่ยนแปลงตลาด ก็ได้อานิสงส์จากตรงนี้ด้วย”

นายพรวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ใช้การขนส่งสินค้า ด้วยระบบรับคำสั่งก่อนจัดส่ง (พรีเซลส์) ซึ่งจะทำให้ส่งสินค้าไปในปริมาณที่พอดีกับยอดสั่งซื้อ เพื่อให้รถส่งของไม่ต้องวิ่งกลับ พร้อมสินค้าที่ขายไม่หมดจำนวนมาก ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจากการวิ่งที่สูญเปล่าโดยหลังจากใช้ระบบพรีเซลส์ เครื่องดื่ม 99% ขายได้ทั้งหมด ตามยอดคำสั่งซื้อที่แน่นอน เพิ่มขึ้นจากปี 53 ที่ส่งได้เพียง 65% จากที่ขนส่งไป

พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท หาดทิพย์ กล่าวว่า เดือน เม.ย. จะเปิดโรงงานใหม่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจะทำให้การผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบบขวดพลาสติกเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า เพราะขณะนี้ขวดเพ็ทได้รับความนิยมมากกว่าขวดแก้วแล้ว และมีแผนที่จะลงทุนกว่า 50 ล้านเพื่อทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ.

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วัดพลังแบรนด์น้ำดื่ม

วัดพลังแบรนด์น้ำดื่ม      
 กองบรรณาธิการ Positioning Magazine 20 กุมภาพันธ์ 2555 

วัดพลังแบรนด์น้ำดื่ม
ที่มา http://www.positioningmag.com/magazine/details.aspx?id=94302
ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดมีมูลค่า 18,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-15% คลาคล่ำไปด้วยน้ำดื่มนับ 1,000 แบรนด์ แต่ส่วนแบ่งการตลาดกว่า 70% มาจาก 5 แบรนด์หลัก คือ สิงห์ คริสตัล เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ น้ำทิพย์ และช้าง โดยสิงห์ยืนพื้นเป็นที่ 1 มาอย่างยาวนาน แต่การที่น้ำทิพย์จะขึ้นเป็นที่ 1 ได้ต้องมีส่วนแบ่งการตลาดอย่างน้อย 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้ำทิพย์ก็หวังไว้อย่างนั้น         

ด้านเนสท์เล่ เพียวไลฟ์วางจุดยืนการเป็นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ และยังเป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่สุดถึง 5 ขนาด แต่ไม่มีขวดแก้ว เคยประกาศจะขึ้นเป็นที่ 1 ในปี 2548 แต่ผ่านมาแล้ว 6 ปี ก็ทำได้ดีที่สุดคือ Top 3 

ส่วนคริสตัล ชูดจุดขายของการเป็นน้ำดื่มแบรนด์ไทยรายแรกที่ได้รับใบรับรองจาก     และสื่อสารด้วยเมสเสจที่ว่า “คิดจะดื่มน้ำ ดื่มคริสตัล” และปล่อยแคมเปญโปรโมชั่นชิงแก็ดเจ็ตยอดนิยมออกมาเป็นระยะๆ

ที่ผ่านมา น้ำทิพย์ยังมีจุดอ่อนในเรื่องความหลากหลายของบรรจุภัณฑ์ โดยจำหน่ายเพียง 2 ขนาดคือ ขวดพีอีที 550 มล. และ 1.5 ลิตร โดยไม่มีขนาด 3 ลิตร แบบจัดส่งตามบ้านและขวดแก้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือสิงห์และช้างมีข้อได้เปรียบในการใช้ช่องทางจำหน่ายร่วมกับเบียร์ ขณะที่คริสตัลก็มีช่องทางจำหน่ายของเสริมสุขหนุนหลัง และการที่น้ำทิพย์มียอดขายถึงปีละ 2,000 ล้านบาทได้ดังกล่าว ก็เนื่องมาจากอาศัยแรงของโค้กเป็นหลัก ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำการตลาดจริงจังแต่อย่างใด 

เมื่อน้ำทิพย์มีเรื่องเล่านำมาสู้กับคู่แข่งแล้ว จึงน่าติดตามว่าจะมีการรับน้องเก่า ในขวดใหม่อย่างไรบ้างแต่ที่แน่ๆ ตอนนี้กระแส “บิด” ได้เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา 

ตารางเปรียบเทียบน้ำดื่ม 5 แบรนด์หลัก
BrandSloganPackaging
สิงห์น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มสิงห์ขวดพีอีที  500 ,750,1.5
คริสตัลคิดจะดื่มน้ำ ดื่มคริสตัลขวดพีอีที  600,1.5
เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ปลอดภัย ห่วงใยคุณขวดพีอีที 330,500,1.5
ช้างสะอาดใส มั่นใจได้ขวดพีอีที 600,1.5
น้ำทิพย์น้ำทิพย์ คิดมาเพื่อโลกขวดพีอีที 550,1.5