แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทาทา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทาทา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทาทาปรับภาพลักษณ์-กู้ชื่อ ส่งนาโนไล่ถลุงตลาดเก๋งเล็ก

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
updated: 02 พ.ค. 2556 เวลา 13:05:25 น.

"ทาทา มอเตอร์ส"
 กู้ชื่อเตรียมส่งเก๋งเล็ก "นาโน" ปะทะอีโคคาร์ควอเตอร์ 3 นี้ มั่นใจดึงยอดขายแตะหมื่นคันต่อปี ยอมรับที่ผ่านมาทั้งแบรนด์และตัวสินค้ามีปัญหา จี้ปรับภาพลักษณ์สร้างความน่าเชื่อถือ เล็งตั้งโรงงานประกอบเอง หากขายได้ 2 หมื่นคันต่อปี

นายคาร์ล สลิม กรรมการผู้จัดการ ทาทา มอเตอร์ส ซึ่งดูแลรับผิดชอบการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของทาทา มอเตอร์ส ในอินเดีย และในตลาดสากลอื่น ๆ รวมทั้งในเกาหลีใต้ สเปน อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ และในฐานะผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทยว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ทาทามีแผนส่งรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ทาทา นาโน ออกสู่ตลาดในประเทศไทย โดยจะเป็นในลักษณะของการนำเข้ามาจำหน่าย (ซีบียู) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นตลาดเก๋งเล็ก รวมทั้งอีโคคาร์ได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังมีแผนส่งรถรุ่นใหม่ ๆ ทำตลาด โดยเฉพาะกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ และรถยนต์นั่งออกสู่ตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่องด้วย

ทั้งการรุกตลาดจะทำอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยมีความเป็นไปได้ที่จะตั้งโรงงานผลิตของตัวเอง หากยอดขายในไทยอยู่ในระดับ 20,000 คันขึ้นไป จากปัจจุบันใช้โรงงานธนบุรีประกอบยนต์เป็นผู้ผลิต

"ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าแบรนด์ทาทาในไทยยังมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่เราหวังว่ากลุ่มลูกค้าจะให้โอกาส เนื่องจากบริษัทได้พยายามปรับปรุงและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเเบรนด์ทาทาถือเป็นแบรนด์ระดับโลก มีสินค้าในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ กว่า 100 ธุรกิจที่จะช่วยส่งเสริมกันอย่างแน่นอน"

นายคาร์ลกล่าวอีกว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดความหวังของทาทา มอเตอร์ส และถือเป็นเรื่องธรรมดาที่พบกับอุปสรรคบ้าง แต่บริษัทยังมั่นใจว่า หากบริษัทมีการเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจมาอย่างดี บวกกับสินค้าที่มีคุณภาพ ก็เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ประธานกรรมการบริหารทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ยังกล่าวอีกว่า การทำตลาดรถยนต์ อยากให้ลูกค้ามองที่คุณภาพของสินค้ามากกว่า การมองที่จำนวนยอดขาย ซึ่งบริษัทเชื่อว่า หากส่งรถยนต์นั่งทาทาออกสู่ตลาดประเทศไทยแล้ว คาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ทาทาประเทศไทยมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น "เท่าตัว" จากปีที่ผ่านมามียอดขายประมาณ 5,000 คัน

ทั้งยอดขายของทาทา มอเตอร์ส ที่ทำได้ทั้งสิ้น 400,000 คันต่อปี จากรถยนต์ 3 แบรนด์ คือทาทา แลนด์โรเวอร์ และจากัวร์ โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ามียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 10%

ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย ก่อนหน้านี้มีข่าวเกี่ยวกับตัวสินค้ามีปัญหา อะไหล่รอช้า ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มเอสเอ็มอีไม่พอใจ เพราะต้องใช้รถประกอบอาชีพทุกวัน ส่งผลให้ขาดรายได้จนเกิดปัญหาหนี้เสียตาม จนล่าสุดลีสซิ่งเริ่มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้บริหารคนไทยมีปัญหายกทีมลาออก และมีข่าวลือเรื่องการถอนหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นบางรายด้วย

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

บริษัทไอทีอินเดียรุกซื้อกิจการยุโรป

วันที่ 11 เมษายน 2556 02:43
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business
"ทาทา คอนซัลแทนซี เซอร์วิสเซส" บริษัทส่งออกบริการซอฟต์แวร์รายใหญ่สุดของอินเดีย ทุ่มเงิน 98 ล้านดอลลาร์หรือราว 2,900 ล้านบาท ซื้อกิจการบริษัทให้บริการเทคโนโลยีฝรั่งเศส "อัลติ" ในการเคลื่อนไหวที่จะช่วยให้บริษัทขยายธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

การเคลื่อนไหวข้างต้น เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทซอฟต์แวร์อินเดียจำนวนหนึ่ง พากันรุกเข้าซื้อกิจการ และทำข้อตกลงเอาท์ซอร์สจำนวนมากทั่วทั้งยุโรป ในช่วงปีที่ผ่านมา แม้จะต้องรับมือกับกฎหมายแรงงานที่เข้มงวด อุปสรรคด้านภาษา และต้นทุนดำเนินงานในระดับสูง

ข้อตกลงของทาทา ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ อินโฟซิส คู่แข่งที่มีขนาดใกล้เคียงกันที่สุด เพิ่งประกาศไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทำข้อตกลงถือครองกิจการครั้งใหญ่สุดของบริษัท ด้วยการเข้าซื้อกิจการบริษัทที่ปรึกษาสวิตเซอร์แลนด์ "โลเดอสโตน โฮลดิ้ง" มูลค่าราว 350 ล้านดอลลาร์ หรือราว 10,500 ล้านบาท

จากนั้น ในเดือนธันวาคม ค็อกนิแซนต์ เทคโนโลยี โซลูชั่น คอร์ป ที่พนักงานมากกว่า 3 ใน 4 ของบริษัทอยู่ที่อินเดีย ก็เข้าลงทุนในเยอรมนีด้วยการซื้อกิจการบริษัท 6 แห่ง ในวงเงินลงทุนที่ไม่มีการเปิดเผยมูลค่าแต่อย่างใด ตามด้วยกรณีของจีโอเมทริค เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ที่เข้าซื้อ 3แคป เทคโนโลยีส์ บริษัทเยอรมนี ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์รถยนต์ ที่มีพนักงานอยู่ 110 คน โดยไม่เปิดเผยวงเงินการลงทุนเช่นเดียวกัน

การเข้าถือครองกิจการเหล่านี้ เกิดขึ้นแม้ยุโรปจะตกอยูภายใต้ปัญหาเศรษฐกิจอันหนักหน่วง ที่ทำให้การขยายตัวช้าลง อัตราว่างงานสูง และวิกฤติหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นพักๆ แต่ปัญหาเหล่านี้ ก็ไม่ได้ทำให้บริษัทอินเดียละทิ้่งแผนการรุกเข้าตลาดยุโรปแต่อย่างใด

ความสนใจในตลาดยุโรปเกิดขึ้น หลังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐกลายมาเป็นตลาดที่อิ่มตัวสำหรับผู้ส่งออกซอฟต์แวร์อินเดีย โดยมีการทำข้อตกลงจำนวนจำกัด และต้องเจอกับการแข่งขันอย่างดุเดือด ทั้งการขาดแคลนวีซ่าสำหรับแรงงานที่มีทักษะในสหรัฐ ยิ่งทำให้บริษัทอินเดียกังวลมากขึ้นในการทำธุรกิจที่สหรัฐ เพราะอาจต้องมีต้นทุนเพิ่มมากขึ้นในการจ้างงานแรงงานอเมริกัน