แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขยายธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขยายธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อโรม่าขยายธุรกิจใหม่ เปิดร้านชานมไข่มุก

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556, 06.00 น.
ที่มาhttp://www.naewna.com/business/41265
นายกิจจา วงศ์วารี กรรมการบริหาร บริษัทในเครืออโรม่า กรุ๊ปผู้นำด้านธุรกิจกาแฟคั่วบด เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายที่จะขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจะเปิดตัวธุรกิจชานมไข่มุก ภายใต้แบรนด์ “ชาวดอย บับเบิ้ล ที” ที่มาพร้อมกับสโลแกน“ชงสดใหม่ ดีต่อสุขภาพ” ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน “Thai Franchise & SME Expo 2013” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17กุมภาพันธ์ 2556 ที่อิมแพค เมืองทองธานี

ทั้งนี้เนื่องจากพบว่าชานมไข่มุกกำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปี 2555 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมองเห็นช่องทางและโอกาสในการต่อยอดธุรกิจของบริษัท โดยจะเน้นเจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนในวัยทำงาน และคนที่รักสุขภาพ รวมถึงกลุ่มคนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟสด เพราะชานมไข่มุกสามารถทานได้ทุกช่วงเวลา อีกทั้งยังสามารถทดแทนช่วงเวลาการขายกาแฟในตอนบ่ายถึงเย็นได้อีกด้วย

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดชาวดอย บับเบิ้ล ทีในปีแรก บริษัทตั้งเป้าที่จะขยายให้ได้ไม่น้อยกว่า 100 สาขา โดย 50 สาขาแรก สามารถเปิดได้ทันทีจากร้านกาแฟสด“ชาวดอย” ที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มชุดธุรกิจชานมไข่มุกเพื่อสร้างโอกาสในการขายมากขึ้น ส่วนอีก 50 สาขา จะเน้นหาผู้ลงทุนเปิดร้านชาวดอย บับเบิ้ล ที ในรูปแบบซุ้มจำหน่ายหรือคีออส ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 1 แสนบาท

นายกิจจากล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจชานมไข่มุกมีมูลค่าตลาดประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 2 แบรนด์ส่งผลให้มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

‘เมเจอร์’ลุยขยายธุรกิจในอาเซียนจับมือ‘อิออน มอลล์’บุกพนมเปญ


วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556, 06.00 น.
ที่มา http://www.naewna.com/business/41271
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนท์สู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน ซึ่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ถือว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่บริษัทเข้าไปลงทุน ทั้งนี้จะร่วมมือกับพันธมิตร คือ อิออน มอลล์ ศูนย์การค้าชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น  

โดยจะเข้าไปเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ในกรุงพนมเปญ ภายใต้แบรนด์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” และโบว์ลิ่ง ในแบรนด์ “บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล”ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ 7 โรง และโบว์ลิ่ง 14 เลน บนพื้นที่ประมาณ 6,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเป็นโรงภาพยนตร์รูปแบบมัลติเพล็กซ์ที่ทันสมัยที่สุดด้วยการฉายภาพยนตร์ในระบบดิจิตอล 2 มิติ และ 3 มิติ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี 2557

“กัมพูชานับเป็นประเทศแรกที่บริษัทเข้าไปลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์ในตลาดต่างประเทศอย่างครบวงจร ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าไปดำเนินธุรกิจในลักษณะร่วมทุนในธุรกิจโบว์ลิ่งเพียงอย่างเดียวกับบริษัท พีวีอาร์ จำกัด ของประเทศอินเดีย เมื่อปี 2551 และได้รับการตอบรับอย่างดีมาโดยตลอด”นายวิชา กล่าว        

อย่างไรก็ตาม การขยายโรงภาพยนตร์ในประเทศกัมพูชาของบริษัท จะเป็นการบุกเบิกตลาดภาพยนตร์ให้กลับมาคึกคัก
มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันประชากรของประเทศกัมพูชาที่เป็นวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ที่ชอบเทคโนโลยีและความทันสมัย การชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์จะให้อรรถรสมากกว่าการชมภาพยนตร์อยู่ที่บ้าน เนื่องจากเทคโนโลยีของระบบการชมภาพยนตร์ในปัจจุบัน ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอล ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ทำให้การชมภาพยนตร์สนุกมากขึ้น ด้วยภาพและเสียงที่คมชัด เสมือนจริง ที่ผ่านมาภาพยนตร์ 3 มิติ เรื่องแรกของประเทศไทย คือ เรื่อง“แม่นาค 3D” ได้รับการตอบรับจากวัยรุ่นกัมพูชามาก มีการเข้าชมเต็มทุกรอบทุกโรง มีคนจองบัตรชมภาพยนตร์ล่วงหน้าเกือบ 2,000 ที่นั่งในวันเดียว

นายมาโกโตะ ยาจิม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิออน มอลล์ กัมพูชา จำกัด กล่าวว่า บริษัทมองเห็นถึงศักยภาพของกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีความโดดเด่นในการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้นจึงมีความต้องการจะพัฒนาห้างสรรพสินค้าในอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปิดในประเทศจีนมาแล้ว และปัจจุบันกำลังพัฒนาห้างสรรพสินค้า 3 แห่ง ในปักกิ่ง และเทียนจิน

สำหรับประเทศกัมพูชานั้น ขณะนี้อิออน มอลล์ได้เริ่มดำเนินการและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยสร้างเป็นอาคาร 4 ชั้น 2 โซน พื้นที่ 100,000 ตารางเมตร และเปิดให้เช่าพื้นที่เพียง 55,000 ตารางเมตร มีที่จอดรถถึง 1,400 คัน วงเงินลงทุนเบื้องต้น 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนมิถุนายน 2557 ซึ่งโบว์ลิ่งและโรงภาพยนตร์จะอยู่ที่ชั้น 2 นอกจากนี้ บริษัทสนใจที่จะลงทุนในอีกหลายประเทศ เช่น ลาว, พม่า รวมทั้ง ไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและสำรวจข้อมูล โดยมองว่ายังมีช่องทางที่จะพัฒนาและขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศเหล่านี้ แม้จะมีคู่แข่งอยู่มากก็ตาม

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ซีเมนอินโดฯเล็งลงทุนพม่า200ล้านดอลล์

วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 02:31

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business
ซีเมนอินโดนีเซีย เล็งทุ่มเงิน200ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานที่พม่า ภายในปี2547 ตามแผนการขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทปูนเซีเมนต์รายใหญ่สุดของอินโดนีเซีย นายดวี โซเอตยิปโต เผยว่า แผนการสร้างโรงงานในพม่าเป็นกลยุทธในการขยายธุรกิจล่าสุดของบริษัท หลังเมื่อปี 2554 ซีเมน อินโดนีเซีย เป็นบริษัทรัฐบาลรายแรกที่ออกไปซื้อกิจการในต่างประเทศเป็นรายแรก โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้นข้างมากในธั่น ลอง ซีเมนต์ ของเวียดนาม

ซีอีโอรายนี้ เผยด้วยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลพม่า เกี่ยวกับการเปิดโรงงานใหม่ดังกล่าว ที่มีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ราว 600,000 - 1 ล้านตันต่อปี โดยในปัจจุบัน พม่าต้องนำเข้าปูนซีเมนต์ราวครึ่งหนึ่ง ของที่ใช้อยู่ภายในประเทศประมาณปีละ 6 ล้านตัน

ทั้งนี้ ความต้องการปูนซีเมนต์ในอินโดนีเซีย ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปีที่แล้ว อยู่ประมาณ 60-61 ล้านตัน ซึ่งสมาคมอุตสาหกรรมซีเมนต์แห่งชาติอินโดนีเซีย คาดว่า ความต้องการดังกล่าวจะขยายตัวขึ้นมาอีกราว 8-10% ในปีนี้ จากการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน และอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้น

ซีเมน อินโดนีเซีย ยังคาดว่า จะมีกำลังผลิตขึ้นถึง 29 ล้านตัน ภายในปี 2556 หรือเพิ่มขึ้นจากระดับการผลิตเมื่อปีที่แล้ว 20% ซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิในปีนี้ เพิ่มขึ้นมาราว 15% อย่างไรก็ดี นายโซเอตยิปโต เผยด้วยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ความต้องการซีเมนต์ในบางพื้นที่ของอินโดนีเซียลดลง ผลจากราคาโภคภัณฑ์ที่ร่วงลง ในภูมิภาคต่างๆ ที่พึ่งพารายได้จากการส่งออกแร่ธาตุต่างๆ เป็นหลัก