แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบิน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กลุ่มเจ็ทสตาร์ขยายจำนวนเครื่องบินครบหนึ่งร้อยลำ รองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

22 Apr 13 ,  logisticsdigest.com
ที่มา http://www.logisticsdigest.com/news/corporates-news
เจ็ทสตาร์กลายเป็นกลุ่มสายการบินที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ด้วยเครื่องบิน 100 ลำในฝูงบิน
เครื่องบินรุ่น A320 ลำที่สามที่ติดตั้งชาร์คเล็ต เตรียมพร้อมให้บริการ
เจ็ทสตาร์ได้ตกแต่งเครื่องบินเป็นลวดลายพิเศษ เพื่อฉลองความสำเร็จการครบหนึ่งร้อยลำของฝูงบิน

กรุงเทพฯ 22 เมษายน 2556 – เจ็ทสตาร์ เฉลิมฉลองการมีเครื่องบินให้บริการครบหนึ่งร้อยลำ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพการให้บริการครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

นับจากเริ่มให้บริการในปี 2547 เจ็ทสตาร์ พัฒนาจากสายการบินในประเทศขนาดเล็กที่มีเครื่องบินเพียง 14 ลำ ให้บริการในแถบชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย จนกระทั่งกลายมาเป็นสายการบินแบรนด์เอเชียแปซิฟิกที่เติบโตเร็วที่สุดในการมีเครื่องบินให้บริการครบหนึ่งร้อยลำ

เจย์น เฮอร์ดิคลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจ็ทสตาร์ กรุ๊ป กล่าวว่า “ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยเพราะความอนุเคราะห์ของผู้โดยสาร 400,000 คนที่เลือกบินกับเจ็ทสตาร์ในแต่ละสัปดาห์ อีกทั้งการที่เราใช้เครื่องบินที่มีมาตรฐานเดียวกันหมด ทำให้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากขึ้น ทำการบินไปยังจุดหมายต่างๆ ได้หลายแห่งมากขึ้น และเดินทางได้บ่อยขึ้นกว่าเดิม” เจย์น กล่าว

สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ เจ็ทสตาร์ได้ตกแต่งเครื่องบินรุ่น A320 ลำล่าสุดที่ติดตั้งชาร์คเล็ต ให้มีลวดลายพิเศษแสดงการเฉลิมฉลองฝูงบินครบหนึ่งร้อยลำ ซึ่งลวดลายพิเศษนี้แสดงให้เห็นภาพคน 132 คน ทั้งผู้โดยสารและทูตจากประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก ทำท่า “เจ็ทสตาร์จั๊มพ์” และเป็นตัวแทนแบรนด์สายการบินในเครือเจ็ทสตาร์ทั้งห้าแบรนด์ โดยเครื่องบินลวดลายพิเศษฉลองครบร้อยลำ หมายเลขทะเบียน VH-VFN จะให้บริการในเส้นทางบินหลักในออสเตรเลีย และคาดว่าจะให้บริการข้ามไปยังนิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และญี่ปุ่นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

“การส่งมอบเครื่องบินรุ่น A320 ลำใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมการออกแบบปลายปีกแบบพิเศษ ทำให้เครื่องบินมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น และช่วยให้เรานำเสนอบริการแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ด้วยต้นทุนที่ประหยัดมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อพันธกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุนในเครื่องบินที่ทันสมัย พร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ เพื่อยังประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า” เจย์น กล่าวเสริม

เจย์น เฮอร์ดิคลา กล่าวว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสการเติบโตที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับแควนตัสกรุ๊ป เนื่องจากเจ็ทสตาร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาธุรกิจในตลาดที่ท้าทายที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้ ด้วยความมุ่งมั่นของเจ็ทสตาร์ในด้านเทคโนโลยีและการส่งออกเผยแพร่ความเชี่ยวชาญไปยังตลาดต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถของทีมงานต่างๆ ในกลุ่ม ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาของเส้นทางธุรกิจในระยะสั้นๆ เจ็ทสตาร์ได้พัฒนาธุรกิจสายการบินราคาประหยัดให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการขยายไปในตลาดที่ยังไม่เคยมีสายการบินราคาประหยัดรายใดเข้าไปให้บริการมาก่อน” เจย์น กล่าวปิดท้าย

ปัจจุบันกลุ่มเจ็ทสตาร์มีเครื่องบินสามลำที่ติดตั้งชาร์คเล็ต เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน โดยลำหนึ่งเป็นของเจ็ทสตาร์ เอเชีย เจ็ทสตาร์ เจแปน และล่าสุดเป็นของเจ็ทสตาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

** เจ็ทสตาร์ กรุ๊ป ประกอบด้วย สายการบินเจ็ทสตาร์ ออสเตรเลีย และเจ็ทสตาร์ นิวซีแลนด์ (บริษัทย่อยของแควนตัส กรุ๊ป) เจ็ทสตาร์เอเชียในประเทศสิงคโปร์ เจ็ทสตาร์ แปซิฟิกในประเทศเวียดนาม และเจ็ทสตาร์ เจแปน ในประเทศญี่ปุ่น

** สำหรับเจ็ทสตาร์ ฮ่องกง เมื่อได้รับการอนุมัติตามระเบียบข้อบังคับทางการบิน จะทำการบินไปยังจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงปลายปีนี้

"สายการบิน-ทัวร์ออนไลน์"ขายตั๋วถูกปลุกท่องเที่ยวโลว์ซีซั่น


30 Apr 13 ,  prachachat.net
ที่มา http://www.logisticsdigest.com/news/air-transport/item/9262-/
สายการบินไทย-เทศ และบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลก กระหน่ำแคมเปญโปรโมชั่นราคาตั๋วบิน-โรงแรม ขนผู้โดยสารเที่ยวโลว์ซีซั่น จับจ่ายช็อปปิ้งฤดูกาลเซลครั้งใหญ่ของแต่ละประเทศในเอเชียและยุโรป สร้างอัตราการจองที่พัก-ตั๋วบินล่วงหน้าต่อเนื่อง หลังไตรมาสแรกอัตราการขนส่งผู้โดยสารเติบโตดีเกินคาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินทั้งที่ให้บริการเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศ ต่างเข็นโปรโมชั่นและแคมเปญราคาตั๋วบินจำหน่ายแก่ลูกค้าเพื่อสร้างยอดจองที่นั่งล่วงหน้าในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ในไทย และช่วงไฮซีซั่นที่ยุโรป รวมถึงฤดูกาลช็อปปิ้งของประเทศในเอเชียและยุโรปที่ชูจุดขายสวรรค์แห่งการช็อปปิ้ง

บินไทยเปิดเกม

นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.การบินไทย กล่าวว่า เพื่อสร้างอัตราบรรทุกผู้โดยสาร ให้ดีต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปีที่มีอัตราขนส่งผู้โดยสาร (เคบิ้นแฟกเตอร์) ดีเกินคาด ในช่วงไตรมาส 2 จึงออกโปรโมชั่นตั๋วบินระหว่างประเทศ ครบรอบ 53 ปีของการบินไทย โดยเส้นทางไป-กลับ ที่นั่งชั้นประหยัด กรุงเทพฯหรือภูเก็ตไปฮ่องกง เริ่มต้นที่ 5,260 บาท, กรุงเทพฯไปญี่ปุ่นทุกเส้นทาง เริ่ม 13,680 บาท, ไปเกาหลีใต้ (โซลและปูซาน) เริ่ม 10,525 บาท, ไทเป เริ่ม 6,315 บาท, ไปตอนเหนือของจีน (ปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้) เริ่มต้น 9,995 บาท, ไปสิงคโปร์ ย่างกุ้ง พนมเปญ โฮจิมินห์ซิตี หรือเวียงจันทน์ เริ่มต้น 4,210 บาท, ไปอินเดียทุกเส้นทาง เริ่มต้น 7,890 บาท และดูไบ เริ่มต้น 15,260 บาท

ขณะที่เส้นทางจากกรุงเทพฯไปลอนดอน มาดริด ปารีส มิลาน โรม แฟรงก์เฟิร์ต มิวนิก โคเปนเฮเกน สตอกโฮล์ม ออสโล และบรัสเซลส์ เริ่มต้น 24,210 บาท, ไปมอสโก รัสเซีย โจฮันเนสเบิร์ก เริ่มต้น 20,525 บาท เส้นทางไปลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เริ่มต้น 25,785 บาท

ทั้งนี้ราคาตั๋วบินข้างต้นเป็นราคายังไม่รวมภาษีสนามบิน ค่าประกันภัยสายการบิน และค่าธรรมเนียมน้ำมัน สามารถจองและออกบัตรโดยสารได้ถึง 30 เมษายนนี้ เดินทางตั้งแต่ 1 พฤษภาคม-30 กันยายนนี้

สำหรับตั๋วบินในประเทศ การบินไทยจัดซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ 2013 ราคาตั๋วเที่ยวเดียวชั้นประหยัด เช่น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เริ่มต้น 1,935 บาท, กระบี่ เริ่มต้น 2,225 บาท, ภูเก็ต เริ่มต้น 2,500 บาท และหาดใหญ่ เริ่มต้น 2,550 บาท โดยรวมค่าธรรมเนียมทุกประเภทแล้ว ยกเว้นค่าภาษีสนามบิน ออกบัตรโดยสารและเดินทางได้ถึง 31 กรกฎาคมนี้

แอร์เอเชียบินไปจีน 2 พันบาท

ด้านนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย กล่าวว่า ตามแผนเพิ่มเที่ยวบินไปเดสติเนชั่นในจีน ล่าสุดได้เพิ่มเที่ยวบินไปฉงชิ่งเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน และเปิดตัวโปรโมชั่นราคารวม เริ่มต้น 1,990 บาท จองตั๋วบินได้ตั้งแต่วันนี้-30 เมษายนนี้ เดินทาง 1 กรกฎาคม 2556-30 เมษายน 2557

ส่วนโปรโมชั่นอื่น ๆ อาทิ ไทยแลนด์ แกรนด์ เซล ! สามารถจองที่นั่งได้ถึง 5 พฤษภาคมนี้ และเดินทางได้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม-31 ตุลาคมนี้ โดยเส้นทางกรุงเทพฯไปอุดรธานี เชียงราย อุบลราชธานี ราคาตั๋วบินแบบวันเวย์ รวมเริ่มต้นที่ 590 บาท, ไปสุราษฎร์ธานี ตรัง นครพนม เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช เริ่มต้น 690 บาท, ไปหาดใหญ่ กระบี่ ภูเก็ต และนราธิวาส เริ่มต้น 790 บาท

สำหรับเส้นทางระหว่างประเทศ จากกรุงเทพฯไปจีน เช่น เมืองกว่างโจว หรือฉงชิ่ง เริ่มต้น 2,290 บาท, ไปเสิ่นเจิ้น หรือฮ่องกง เริ่มต้น 2,090 บาท, ไปมาเก๊าหรือสิงคโปร์ เริ่มต้น 1,590 บาท, ไปเวียดนาม เริ่มต้น 1,490 บาท นอกจากนี้ เว็บไซต์ท่องเที่ยวครบวงจรอย่างแอร์เอเชียโกจัดโปรฯ แพ็กเกจตั๋วบินแอร์เอเชียและโรงแรมที่พัก 3 วัน 2 คืน ราคาเริ่มต้น 5,299 บาทต่อคน (รวมภาษีแล้ว)

นกแอร์ขายตั๋ววันเวย์

ขณะที่สายการบินนกแอร์ ก็ออกโปรโมชั่นราคาตั๋วบินแบบวันเวย์ เริ่มต้น 1,099 บาท ในเส้นทางบินจากดอนเมืองไปพิษณุโลก อุดรธานี อุบลราชธานี นครพนม ระนอง ชุมพร และจากสนามบินเชียงใหม่ไปแม่สอด (ตาก) และแม่ฮ่องสอน ส่วนเส้นทางอื่น ๆ เช่น จากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ เชียงราย หาดใหญ่ ภูเก็ต ตรัง สุราษฎร์ธานี เลย น่าน ราคาเริ่มต้นที่ 1,199 บาท ราคาดังกล่าวรวมค่าธรรมเนียมและภาษีแล้ว สามารถออกบัตรโดยสารได้ถึง 2 พฤษภาคมนี้ เดินทางได้ถึง 31 มกราคม 2557

ฟากสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ก็ร่วมกับฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ จัดแพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน "เมจิค อิน ดิ แอร์" ต้อนรับปิดเทอมรองรับตลาดกลุ่มครอบครัว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะตื่นตากับของเล่นขนาดมหึมาในดินแดนทอยสตอรี่ และตะลุยเหมืองทองกับรถราง Grizzly Gulch ในราคาเริ่มต้น 11,700 บาทต่อคน สำหรับเดินทาง 2 คนขึ้นไป รวมรถโค้ชรับ-ส่งจากสนามบินและบัตรเข้าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ พร้อมสิทธิ์อัพเกรดบัตรให้เข้าไปสนุกสนานกับเครื่องเล่นได้ถึง 2 วัน สามารถสำรองที่นั่งได้ถึง 21 มิถุนายนนี้ และเดินทางได้ถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2556

สายการบินเอทิฮัดแอร์เวย์ส ก็เข็นโปรโมชั่นราคาตั๋วบินไปตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐ สามารถออกตั๋วบินได้ถึงวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ และเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคมนี้ โดยราคาที่นั่งชั้นประหยัดเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-อาบูดาบี เริ่มต้น 19,530 บาท, กรุงเทพฯ-ลอนดอน เริ่มต้น 31,880 บาท, แมนเชสเตอร์ เริ่มต้น 34,290 บาท, ปารีส เริ่มต้น 28,390 บาท, แฟรงก์เฟิร์ต เริ่มต้น 29,460 บาท, มิลาน เริ่มต้น 27,360 บาท, อิสตันบูล เริ่มต้น 26,830 บาท, มิวนิก เริ่มต้น 32,660 บาท, นิวยอร์ก เริ่มต้น 35,490 บาท และวอชิงตัน ดี.ซี. เริ่มต้น 38,490 บาท ราคาข้างต้นรวมภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้ว

ทัวร์ออนไลน์โผล่แจม

ด้านบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลกอย่างเอ็กซ์พีเดียดอทคอม ก็ได้ส่งแคมเปญราคาถูกมาให้ลูกค้าได้เลือกกัน โดยโปรโมชั่นการขายที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายนนี้ คือ โปรโมชั่นแพ็กเกจเที่ยวบินและโรงแรม ราคาเริ่มต้นที่ 1,725 บาทต่อคน โดยเดสติเนชั่นยอดนิยมในเอเชีย แพ็กเกจเที่ยวบิน-โรงแรม ฮ่องกง ราคาเริ่มต้นที่ 11,627 บาทต่อคน, มาเก๊า เริ่มต้น 10,265 บาทต่อคน, ภูเก็ต-พังงา เริ่มต้น 3,111 บาทต่อคน, สิงคโปร์ เริ่มต้น 8,642 บาทต่อคน, ไทเป เริ่มต้น 12,735 บาทต่อคน, โตเกียว เริ่มต้น 19,111 บาทต่อคน, โอซากา เริ่มต้น 18,484 บาทต่อคน, เซี่ยงไฮ้ เริ่มต้น 12,826 บาทต่อคน, ปักกิ่ง เริ่มต้น 12,552 บาทต่อคน และบาหลี เริ่มต้น 12,325 บาทต่อคน

เดสติเนชั่นในยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรีย มีลอนดอน เริ่มต้น 29,119 บาทต่อคน, ปารีส เริ่ม 32,438 บาทต่อคน, นิวยอร์ก เริ่ม 37,807 บาทต่อคน, ลาสเวกัสเริ่มต้น 45,995 บาทต่อคน, ลอสแองเจลิส เริ่มต้น 42,868 บาทต่อคน, ซิดนีย์ เริ่มต้น 23,809 บาทต่อคน และเมลเบิร์น เริ่มต้น 25,279 บาทต่อคน

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

สายการบินอาร์เมเนียประกาศล้มละลาย

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2556 เวลา 22:08 น.

ที่มา http://www.dailynews.co.th/world/194608
สายการบินอาร์เมเนีย ประสบภาวะขาดทุนและหนี้สินอย่างหนัก ประกาศภาวะล้มละลายเป็นรายล่าสุดแล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ว่า อาร์มาเวีย สายการบินแห่งชาติรายล่าสุดของอาร์เมเนีย ต้องยุติการประกอบการพร้อมประกาศกระบวนการล้มละลายแล้วเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงินอย่างใหญ่หลวง อาร์มาเวีย ระบุในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทเจ้าของสายการบินอาร์มาเวีย นำเงินจากการลงทุนในธุรกิจอื่นมาประคับประคองสายการบินแห่งนี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้เป็นไปไม่ได้ว่าจะยังคงดื้อดึงเดินหน้าทำงานกันต่อไป


อาร์มาเวีย ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2539 โดยนายมิคาอิล บักดาซารอฟ นักธุรกิจชาวอาร์เมเนีย มีเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 ลำหนึ่ง, โบอิ้ง 737 3 ลำ และเครื่องบินขนาดกลางอีก 4 ลำ ให้บริการผู้โดยสาร


ทางบริษัทไร้ความสามารถในการชำระหนี้ สืบเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินอย่างหนัก และเป็นเหตุให้ล้มละลาย หรือถูกบังคับให้ต้องชำระหนี้ให้แก่สายการบินใหญ่อีกหลายสาย เช่นอเมริกัน แอร์ไลน์ส และคูบันของรัสเซีย

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

ธุรกิจการบินสยายปีกรับประชาคมอาเซียน


 ธุรกิจการบินสยายปีกรับปร
ที่มาhttp://th.aectourismthai.com/content1/1037
ปีที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่อุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ “คึกคัก” เพื่อรอรับกระแสการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ในปี 2558 โดยการเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากการขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ รวมถึงการเปิดตัวสายการบินใหม่ 5 รายในภูมิภาคนี้ การเติบโตของธุรกิจที่ผ่านช่วงร้อนแรงที่สุดมาแล้ว อาจทำให้ปี 2556 อัตราอาจไม่สูงเท่าเดิม แต่จะเข้าสู่ภาวะที่เริ่มมั่นคง ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจในเติบโตของกำลังซื้อผู้บริโภคระ ดับกลำง

Centre for Aviation หรือ CAPA เปิดเผยว่าปัจจุบันสายการบินต้นทุนต่ำครองส่วนแบ่งที่นั่งราว 50% ของเที่ยวบินทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย 3 ใน 5 สายการบินน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่าน ยังเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ ได้แก่ แอร์เอเชีย ฟิลิปปินส์, สกู้ต ของสิงคโปร์ และแมนดาลำ จากอินโดนีเซีย ซึ่งแปลงโฉมตัวเองจากที่เคยให้บริการเต็มรูปแบบ

ขณะที่การบินไทยส่ง “ไทยสไมล์” รุกตลาดภูมิภาคนี้ รวมทั้ง สปป.ลำวก็เปิดตัว “ลำว เซ็นทรัล แอร์ไลนส์” เช่นกัน อย่างไรก็ตามคาดว่าตลาดโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ในอาเซียนยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะการเข้าไปแสวงหาโอกาสชิงส่วนแบ่งการตลาดในประเทศพม่าและเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อัตราการเข้าถึงของสายการบินประเภทนี้ยังต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของ ทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 26%

สำหรับธุรกิจการบินในประเทศไทย สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย และ นกแอร์ ซึ่งได้รับประโยชน์จากนโยบายการย้ายฐานการบินมาที่สนามบินดอนเมืองตั้งแต่ เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ได้วางแผนเพิ่มฝูงบินราว 33% ในปี 2556 โดยไทยแอร์เอเชีย จะรับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ320 เพิ่มอีก 9 ลำ ทำให้รวมทั้งสิ้นมี 36 ลำ ขณะที่นกแอร์ คาดว่าจะเพิ่ม 6 ลำ รวมเป็น 24 ลำ

นอกจากนี้นกแอร์ ซึ่งปัจจุบันให้บริการเฉพาะเที่ยวบินประจำภายในประเทศเท่านั้น ได้มีแผนจะใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737-800s ให้บริการเส้นทางต่างประเทศเป็นครั้งแรกด้วย ขณะที่แอร์เอเชีย ซึ่งมีสัดส่วนที่นั่งกว่า 40% ให้บริการเส้นทางต่างประเทศอยู่แล้ว ก็จะสยายปีกสู่ตลาดในและต่างประเทศมากขึ้น โดยใช้ข้อได้เปรียบจากการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปีก่อน มาสนับสนุนการเติบโตต่อเนื่องในปีนี้

สำหรับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเปิดสนามบินชางยีต้อนรับผู้โดยสารเกิน 50 ล้านคนในปีที่ผ่านมา ในปีนี้การจราจรทางอากาศของสิงคโปร์อาจชะลอตัวลง คาดการเติบโตไม่เกิน 10% หลังจากที่ขยายตัวถึง 11% เมื่อปี 2554 และอีก 10% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2555 เนื่องจากได้อานิสงส์ของตลาดสายการบินต้นทุนต่ำที่ขยายตัวรวดเร็ว ครองสัดส่วนการให้บริการ 30% ของสนามบินชางยีในปัจจุบัน โดยคาดว่าในปีหน้าการเปิดตัวของ สกู้ต สายการบินน้องใหม่ที่ให้บริการโลว์คอสต์ในเส้นทางระยะไกล (Long Haul) จะเติบโตได้เร็วที่สุด เพราะถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งของบริษัทแม่อย่าง สิงคโปร์ แอร์ไลนส์ ที่ต้องการหันมาปั้นรายได้จากสายการบินในเครือข่ายทดแทนรายได้ของธุรกิจหลัก ที่ชะลอ ไม่ว่าจะเป็น สกู้ต หรือกระทั่ง ซิลค์แอร์, เจ็ตสตาร์ ที่กำลังมีแผนขยายเส้นทางบินที่มีศักยภาพ

นอกจากนี้ สนามบินชางยี จะเริ่มลงมือก่อสร้างอาคารที่ 4 เพิ่มเติม ซึ่งอยู่ภายใต้แนวคิดอาคารลูกผสมที่จะมาแทนบัดเจ็ต เทอร์มินัล ที่จะถูกรื้อทิ้งในเร็วๆ นี้ และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2560 เพื่อรองรับผู้โดยเพิ่มราว 16 ล้านคนต่อปี

ขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของธุรกิจสายการบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้าน ประชากรจำนวน ได้ผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่การเติบโตร้อนแรงแห่งหนึ่งของโลก เฉพาะตลาดการบินในประเทศมีผู้โดยสารถึง 70 ล้านคน และขึ้นแท่นกลำยเป็น “ตลาดในประเทศ” ใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ของโลกรองจาก สหรัฐฯ จีน บราซิล และญี่ปุ่น นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา มีการเติบโตเกินกว่า 10% ต่อปี และคาดว่าจะยังรักษาอัตรานี้ต่อเนื่องอีกหลำยปี เพราะสายการบินรายใหญ่ยังมีแผนที่จะขยายเส้นทางในประเทศต่อเนื่อง

ไลอ้อน แอร์ ผู้นำในตลาดการบินในอินโดนีเซีย ยังขยายฝูงบินใหม่ โบอิ้ง 737-900ERs อย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 2 ลำต่อเดือน ทำให้สายการบินนี้ครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศถึง 40% เพราะมีเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมทัพ รองรับการเติบโตอย่างรวดเร็ว และตลาดยังเพียงพอ สำหรับรองรับสายการบินในเครือข่ายสายใหม่อย่าง บาติคแอร์ ซึ่งให้บริการเต็มรูปแบบ และมีกำหนดเปิดตัวในปีนี้

ขณะที่ ซิตี้ลิงค์ สายการบินราคาประหยัด ซึ่งเป็นเครือข่ายของ การูด้า คาดเติบโตถึง 150% ด้านจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะแตะ 10 ล้านคนเมื่อมีการขยายฝูงบิน แอร์บัส เอ320 และเริ่มทยอยรับมอบเครื่องเอทีอาร์ 72 เข้าประจำการลำแรก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่หวังนำมาปะทะโดยตรงกับ วิงส์แอร์ สายการบินลูกของไลอ้อน แอร์ ที่เน้นเส้นทางบินระยะสั้น

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

แอร์เอเชียรับรางวัล “บริษัทที่บริหารจัดการดีที่สุดในมาเลเซีย”


16 Jan 13 ,  ฐานเศรษฐกิจ
ที่มา http://www.logisticsdigest.com/article/company-focus
ยูโรมันนี นิตยสารต่างประเทศชั้นนำ ได้ยกย่องให้ แอร์เอเชีย เบอร์ฮัด เป็น “บริษัทที่บริหารจัดการดีที่สุดในมาเลเซีย”และ “บริษัทที่บริหารจัดการดีที่สุดในเอเชีย” ในกลุ่มธุรกิจสายการบิน จากการจัดอันดับการบริหารจัดการของบริษัทในเอเชียของปี 2556
การจัดอันดับครั้งนี้สำรวจจากนักวิเคราะห์ตลาดหุ้นชั้นนำทั้งสิ้น 130 คน ได้รับเลือกจากบริษัทวิจัยและลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิกจำนวน 207 แห่ง นักวิเคราะห์จะเลือกบริษัทที่น่าประทับใจที่สุดโดยประเมินจากปัจจัยต่างๆ เช่น การจัดการ การเข้าถึงได้ ระบบบัญชี ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล

นักวิเคราะห์ชื่นชมแอร์เอเชียว่ามีบทบาทโดดเด่นในการยกระดับการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นให้โปร่งใสมากขึ้น โดยกล่าวว่า “แอร์เอเชียมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเป็นที่ประจักษ์ชัด”นักวิเคราะห์ยังกล่าวด้วยว่า “ผู้บริหารระดับสูงของแอร์เอเชียเปิดกว้างกับทุกคำถามและข้อเรียกร้องจากผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานของบริษัท รวมทั้งความสัมพันธ์กับภายนอกก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี”

ด้านโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอร์เอเชีย กล่าวว่า “พวกเราภูมิใจอย่างยิ่งกับรางวัลที่ยูโรมันนีมอบให้กับเรา คณะผู้บริหารมุ่งมั่นและตั้งใจเพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมั่นใจ โดยเราทำงานอย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล เราเชื่อมั่นมาตลอดว่าเรามีการลงทุนที่เข้มแข็งและจะเดินหน้าผลักดันอุปสรรคต่างๆ เพื่อเข้าถึงนักลงทุนในวงกว้างมากขึ้น

ยูโรมันนีจัดอันดับให้แอร์เอเชียเป็นบริษัที่มีการบริหารจัดการดีที่สุดเป็นลำดับที่ 14 ในเอเชีย จากการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้

คลิฟ ฮอร์วูด บรรณาธิการนิตยสารยูโรมันนี กล่าวว่า บริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดีในเอเชียจะได้รับประโยชน์จากอัตราเศรษฐกิจมาเอเชียที่กำลังเติบโต โดยเน้นไปที่การบูรณาการและการขยายกิจการ ขณะที่บริษัทในภูมิภาคอื่นของโลกยังเผชิญกับบรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่ยากลำบาก ผลการสำรวจของปีนี้แสดงว่านักวิเคราะห์ให้ความสำคัญกับการดำเนินการอย่างระมัดระวัง มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลและมีกลยุทธ์ที่ปรากฏอย่างชัดเจน