แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพยนตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพยนตร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พี่มากฯดันรายได้จีทีเอชพุ่ง

29 เมษายน 2556 เวลา 14:23 น.
จีทีเอชปลื้มหนังพี่มากฯ ดันรายได้เข้าเป้า 650 ล้าน โต 100% เล็งปรับแผนเน้นส่งหนังคุณภาพลงตลาด
พี่มากฯดันรายได้จีทีเอชพุ่ง
ที่มา http://www.posttoday.com/
น.ส.จินา โอสถศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ หรือจีทีเอช เปิดเผยว่า ผลการตอบรับของภาพยนตร์เรื่องพี่มาก...พระโขนง ที่มีรายได้ขณะนี้อยู่ที่ 500 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 150-180 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จเกิน|เป้าหมายที่วางไว้อย่างมาก และเมื่อรวมกับภาพยนตร์ที่เตรียมจะเข้าฉายในช่วงปลายปีอีก 1 เรื่อง จะทำให้รายได้รวมของบริษัทเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ตลอดปีอยู่ที่ 650 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อน 100%

“รายได้ที่เพิ่มมาสำหรับเรื่องพี่มาก... พระโขนง ในตอนนี้เกิดจากการดูซ้ำและการบอกต่อ ส่งผลให้ขณะนี้มีคนดูหนังเรื่องนี้มากถึง 3.5 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าเรื่องแฟนฉัน ที่เข้าฉายเมื่อตอนปี 2546 ตอนนั้นมีผู้ชมอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านคน จึงทำให้รายได้ของเรื่องพี่มากฯ สูงกว่าเรื่องแฟนฉัน เพราะตอนนั้นราคาตั๋วหนังเฉลี่ยที่ใบละ 80 บาทเท่านั้น” น.ส.จินา กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้จะเน้นคุณภาพในการผลิตภาพยนตร์เข้าฉายมากกว่าการเน้นจำนวนภาพยนตร์ ประกอบกับบริษัทมีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจด้วยการหันมาผลิตละครออกอากาศทางทีวีในเครือของแกรมมี่ จึงต้องลดจำนวนภาพยนตร์และเน้นภาพยนตร์คุณภาพเข้าทำตลาดเท่านั้น

ทั้งนี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปีนี้ หลังจากมีภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศกระแสดีเข้าฉายเป็นจำนวนมาก เช่น พี่มาก...พระโขนง คู่กรรม ต้มยำกุ้ง นเรศวร จี.ไอ.โจ และไอรอนแมน คาดว่าจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดสิ้นปีมีมูลค่าถึง 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่า 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นต่างประเทศ 2,000 ล้านบาท และในประเทศ 1,500 ล้านบาท

ด้านนายสุธี ธรรมสิทธิ์บูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ เปิดเผยว่า บริษัทจะใช้กลยุทธ์มูฟวี่มาร์เก็ตติ้ง โดยร่วมกับโรงภาพยนตร์เอสเอฟจัดโปรโมชั่น “ดูหนังฟรีกับ โออิชิ กรีนที” เพื่อขยายฐานโออิชิ กรีนที ชนิดกล่องยูเอชทีในลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น

ทั้งนี้เพื่อให้สัดส่วนตลาดของชาเขียวชนิดกล่องยูเอชทีเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วน 15% เมื่อเทียบกับขวดเพ็ตที่มีสัดส่วน 85% ขณะที่ตลาดรวม 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกล่องยูเอชที 20% และขวดเพ็ต 80% และจากการทุ่มงบในการทำโปรโมชั่นโดยรวม 250-300 ล้านบาท คาดว่าจะผลักดันยอดขายให้เติบโต 30% ตามที่ตั้งเป้าไว้

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

“เหลียงเฉาเหว่ย” อดร่วมงาน “อัตจัง” โครงการหนังล่มหลังผู้สร้างล้มละลาย

วันที่อัพเดท : 1 มีนาคม 2556
อัตสึโกะ มาเอดะ - เหลียงเฉาเหว่ย - โชตะ มัตสึดะ
ที่มา http://www.j-doramanga.com/lesson_detail/5257
       บริษัทหนัง Prenom H จากญี่ปุ่นถึง ขั้นล้มละลายเลยทีเดียว จากผลประกอบการที่ไม่ค่อยดีในระยะหลัง จนกระทั่งมาเจอวิกฤตเมื่อโครงการหนังเรื่องใหม่โดนผลกระทบจากข้อพิพาท ระหว่างประเทศจนไม่สามารถเปิดกล้องได้
       
       Prenom H บริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1988 กับการซื้อหนังอาร์ตยุโรป และเอเชียเข้ามาฉายในญี่ปุ่นรวมถึงผลงานของผู้กำกับชื่อดังอย่าง หว่องกาไวไช่หมิงเหลียง และโหวเสี่ยวเชี่ยน ต่อมาจึงมีโอกาสจัดจำหน่ายหนังของผู้สร้างญี่ปุ่น และยังได้สร้างภาพยนตร์เป็นของตัวเอง อาทิ Summer of Chirusoku (2003),Soup Opera (2010) กลับต้องมาปิดฉากบทบาทในวงการหนังในที่สุด หลังทางบริษัทได้ยื่นเอกสารขอล้มละลายกับศาลกรุงโตเกียวจากปัญหาหนี้สินก้อน โต 643 ล้านเยน (ประมาณ 207.8 ล้านบาท) แต่มีรายได้ตั้งแต่ต้นปี 2012 จนถึงเดือน ต.ค. ในปีเดียวกันแค่ 50 ล้านเยน (16.2 ล้านบาท) เท่านั้น
       
       Prenom H คืออีกหนึ่งบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์อิสระของญี่ปุ่นที่ต้องปิดตัวไปในระยะหลัง เช่นเดียวกับ Cine Qua NonTornado Film, RumblefishWise Policy,Xanadeux และ Movie Eye Entertainment ที่ขอยุติบทบาทไปก่อนหน้านี้ ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนักของวงการหนังอิสระของญี่ปุ่น ในขณะที่หนังกระแสหลักกลับรุ่งเรืองทำเงินมหาศาลในแทบทุกปี
       
       สำหรับกรณีของ Prenom H นักวิเคราะห์ทางการเงินของ Teikoku Databank เชื่อว่าแม้บริษัทจะขาดทุนสะสมและมีหนี้สินจำนวนมาก แต่สาเหตุสำคัญที่สุด ที่ทำให้ Prenom H ต้องมีการยื่นขอล้มละลายน่าจะมากจากความล้มเหลวในการปั้นโครงการหนังฟอร์ม ใหญ่เรื่องล่าสุด ที่โดนผลกระทบของปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นนั่นเอง
       
       โดยก่อนหน้านี้ Prenom H กำลังมีโครงการใหญ่ร่วมสร้างหนังกับ Shochiku ในหนัง1905 งานแนวอิงประวัติศาสตร์ของ คุโรซาว่า คิโยชิ ที่เล่าเรื่องคนจีนในโยโกฮาม่าเมื่อร่วม 100 ปีก่อน เป็นโครงการหนังที่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว กับการวางตัว โชตะ มัตสึดะอัตสึโกะ มาเอดะ อดีตสมาชิก AKB48 และนักแสดงหนุ่มชาวฮ่องกงเหลียงเฉาเหว่ย จากหนัง The Grandmaster ให้มาร่วมประชันบทบาทกัน จนกลายเป็นโครงการที่มีคนสนใจกันมากมาย
       
       แต่แล้วกลับมีข่าวว่าความขัดแย้งเรื่องข้อพิพาทการแย่งชิงหมู่เกาะ เซนกากุระหว่างสองประเทศอาจทำให้หนังมีปัญหา โดยเฉพาะชาวจีนจำนวนมากที่โจมตี เหลียงเฉาเหว่ย นักแสดงเชื้อสายจีนที่รับเล่นหนังเรื่องนี้
       
       ซึ่งแม้ เหลียงเฉาเหว่ย จะเคยออกปากว่าเขาอยากทำงานกับ คุโรซาว่า มาก แต่หลังเกิดเสียงวิจารณ์ขึ้นมา ความเคลื่อนไหวของหนังเรื่องนี้ก็เริ่มเงียบลง จนมีรายงานออกมาว่าเขาได้ถอนตัวจากหนังไปแล้ว ส่วนต้นสังกัดก็ให้ข่าวว่า เหลียงเฉาเหว่ย ยังไม่ได้เซ็นสัญญารับเล่นหนังเรื่องนี้อย่างเป็นทางการด้วยซ้ำไป
       
       หลังจากนั้นโครงการหนังเรื่อง 1905 ก็ดูจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จนกระทั่ง Prenom H เจ้าของโครงการได้ยื่นขอล้มละลาย หนังฟอร์มใหญ่เรื่องนี้จึงอาจไม่มีวันได้เปิดกล้องอีก

Prenom H บริษัทหนังที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศจนถึงขั้นล้มละลาย