แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนส่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนส่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเปิดศูนย์กระจายสินค้าประจำภาคพื้นเอเชียเหนือ


12 Jul 12 ,  Logistics Digest
ที่มา http://www.logisticsdigest.com/article/company-focus
มูลค่า 175 ล้านเหรียญสหรัฐ อีกหนึ่งความสำเร็จอันโดดเด่นด้านเครือข่ายลอจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชีย
•    เตรียมลงทุนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 8 ลำรวมมูลค่า 132 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้บริการในเส้นทางที่มีความต้องการบริการขนส่งสูงระหว่างเซี่ยงไฮ้ อเมริกาเหนือ ยุโรป และสหรัฐอเมริกาในอีก 2 ปีข้างหน้า
•    ลูกค้าจะเข้าถึงตลาดประเทศต่างๆ ได้เร็วขึ้น ด้วยระยะเวลาที่ใช้ในการขนส่งลดลง และได้รับสินค้าเร็วขึ้น 1 วัน
•    ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยติดตั้งหลอดไฟประหยัดพลังงาน และใช้ระบบพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับการทำน้ำร้อน

เซี่ยงไฮ้ 12 กรกฎาคม 2555 – ดีเอชแอล ผู้นำระดับโลกในธุรกิจขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ประกาศเปิดศูนย์กระจายสินค้าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสประจำภาคพื้นเอเชียเหนือ (DHL Express North Asia Hub) ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยมีมูลค่า 175 ล้านเหรียญสหรัฐ[1] ตั้งอยูที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ดง ประเทศจีน พร้อมกันนี้บริษัทได้ประกาศแผนลงทุนจัดซื้อเครื่องบินขนส่งใหม่อีก 8 ลำมูลค่า 132 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้บริการในเส้นทางที่มีความต้องการบริการขนส่งสูงระหว่างเมืองเซี่ยงไฮ้ ภูมิภาคอเมริกาเหนือ ยุโรป และสหรัฐอเมริกาภายในปี 2557

แฟรงค์ แอพเพิล ประธานคณะกรรมการฝ่ายบริหาร ดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล กล่าวว่า “ศูนย์กระจายสินค้าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสประจำภาคพื้นเอเชียเหนือ คือ อีกหนึ่งความสำเร็จอันโดดเด่นของระบบเครือข่ายลอจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของดีเอชแอล โดยเป็นการผนวกรวมกลยุทธ์การบินและการมีศูนย์กระจายสินค้าหลากหลายแห่งเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้นำของดีเอชแอลให้แข็งแกร่งทั้งทางด้านการเชื่อมโยงกับจุดหมายปลายทางต่างๆ ได้มากขึ้น การดำเนินงานที่สะดวกคล่องตัว และประหยัดคุ้มค่าสูงสุด นอกจากนี้การรวมตัวของผู้นำทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและข้อตกลงทางการค้าเสรีต่างๆที่จะช่วยลดข้อจำกัดทางด้านการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ผู้ให้บริการระบบลอจิสติกส์จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของตนให้เหนือกว่ามาตรฐาน และยกระดับการดำเนินงานให้มีความรวดเร็ว ง่ายดาย และให้บริการลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม”

สำหรับศูนย์กระจายสินค้าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสประจำภาคพื้นเอเชียเหนือดังกล่าวมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 88,000 ตารางเมตร (เทียบเท่าสนามฟุตบอล 13 สนาม) มีศักยภาพรองรับการจัดการลำเลียงเอกสารสูงถึงชั่วโมงละ 20,000 ชิ้น และพัสดุอีกชั่วโมงละ 20,000 ชิ้น ภายในศูนย์ฯ แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยติดตั้งหลอดไฟ T5 แบบประหยัดพลังงาน และใช้ระบบพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับการทำน้ำร้อน ทั้งยังมีระบบคัดแยกสินค้าและพัสดุที่มีขีดความสามารถในการตรวจจับระบบหรืออุปกรณ์ที่ไม่มีการใช้งานเพื่อปรับสู่โหมดหยุดการทำงาน (sleep mode) โดยอัตโนมัติ จึงช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และจะกลับสู่โหมดการทำงานใหม่เมื่อต้องการใช้งาน

การเปิดศูนย์กระจายสินค้าภาคพื้นเอเชียเหนือแห่งนี้จะช่วยหนุนเสริมให้ดีเอชแอลมีเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาคเอเชียที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาคในเอเชียแปซิฟิกของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสที่มีอยู่ทั้งสิ้น 4 แห่งซึ่งตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง กรุงเทพฯ และสิงคโปร์จะมีการทำงานที่เชื่อมโยงกับดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เกตเวย์ (DHL Express Gateway) กว่า 70 แห่ง ทั่วภูมิภาคแห่งนี้ โดยใช้เครือข่ายฝูงบินกว่า 40 ลำของดีเอชแอลที่ให้บริการขนส่งใน 40 ประเทศ และสายการบินพาณิชย์รายอื่นๆ ซึ่งให้บริการขนส่งสินค้าและพัสดุให้แก่ดีเอชแอลอีกประมาณวันละ 690 เที่ยวทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

หลี่ เต๋อหลุน ประธานการท่าอากาศยานนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า “การเปิดศูนย์กระจายสินค้าภาคพื้นเอเชียเหนือแห่งนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับสินค้าและการขนถ่ายสินค้าให้กับท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ดง พิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งสำหรับศูนย์กระจายสินค้าทางอากาศของนครเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดบันทึกหน้าใหม่แห่งความร่วมมือกันระหว่างการท่าอากาศยานนครเซี่ยงไฮ้และดีเอชแอลอีกด้วย การท่าอากาศยานนครเซี่ยงไฮ้จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสภาวะแวดล้อมในการปฏิบัติงานเพื่อพันธมิตรของเราและจะทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ดง”

ดีเอชแอลประกาศแผนขยายการลงทุนในจีนและเอเชียเหนือ
ดีเอชแอลเตรียมขยายศักยภาพของเครือข่ายการขนส่งทางอากาศในภูมิภาคเอเชียด้วยเงินลงทุนมูลค่า 132 ล้านเหรียญสหรัฐในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยใช้เครื่องบินขนส่งจำนวน 8 ลำให้บริการขนส่งในเส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้ ภูมิภาคอเมริกาเหนือ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมอบหมายให้สายการบินพันธมิตรและสายการบินที่ดีเอชแอลถือหุ้นร่วม ได้แก่ สายการบินโพลาร์แอร์ สายการบินแอโรลอจิกและสายการบินดีเอชแอล แอร์ ยูเค และผู้ให้บริการอื่นๆ เป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าและพัสดุให้แก่ดีเอชแอล

สำหรับแผนการลงทุนในอีก 2 ปีข้างหน้า คือ การพัฒนาต่อยอดจากบริการขนส่งโดยตรงจากศูนย์กระจายสินค้าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสแห่งภูมิภาคเอเชียเหนือในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนสู่ฮ่องกง โอซาก้า โตเกียว และศูนย์กระจายสินค้าระดับโลกในเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี และซินซินนาติ สหรัฐอเมริกา เพื่อขยายศักยภาพของเส้นทางขนส่งดังกล่าว ทั้งยังรองรับการเปิดเส้นทางขนส่งใหม่ระหว่างเซี่ยงไฮ้ ตะวันออกกลาง และสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ดีเอชแอลยังเตรียมขยายการให้บริการขนส่งในเส้นทางระหว่างศูนย์กระจายสินค้าแห่งภาคพื้นเอเชียเหนือและเมืองต่างๆ ในประเทศจีนและไต้หวัน เริ่มจากการเปิดบริการขนส่งตรงสู่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลี กรุงไทเป และเมืองต่างๆ ในประเทศจีน อาทิ เมืองต้าเหลียน (Dalian) และชิงด่าว (Qingdao) ในเร็วๆ นี้ และเตรียมขยายเส้นทางขนส่งสู่กรุงปักกิ่งและเซียะเหมินในปี 2556

เคน อัลเลน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส กล่าวว่า “ดีเอชแอลเป็นผู้บุกเบิกริเริ่มบริการขนส่งด่วนในภูมิภาคเอเชียเมื่อ 40 ปีที่แล้ว และเป็นบริษัทขนส่งด่วนระหว่างประเทศรายแรกที่บุกตลาดจีนเมื่อ 32 ปีที่ผ่านมา เซี่ยงไฮ้เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการพาณิชย์ชั้นนำของจีน ทั้งยังเป็นประตูที่เปิดสู่พื้นที่ปากแม่น้ำแยงซีเกียงที่มีการทำธุรกรรมนำเข้าและส่งออกคิดเป็นร้อยละ 39[2] ของมูลค่าการนำเข้าและส่งออกทั้งหมดของจีน ศูนย์กระจายสินค้าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสประจำภาคพื้นเอเชียเหนือจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งยังช่วยย่นระยะเวลาที่ใช้ในการขนส่ง พร้อมทั้งช่วยพัฒนาเครือข่ายการขนส่งให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ตลอดจนช่วยขยายเวลาในการรับสินค้า และย่นเวลาในการส่งสินค้าให้เร็วขึ้น เพื่อมอบความสะดวกรวดเร็วและคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียเหนือ”

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่รองรับเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าของดีเอชแอลในภูมิภาคเอเชีย  ทำให้ธุรกิจต่างๆ เข้าถึงตลาดในประเทศต่างๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เจอร์รี่ ซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “การมีเครือข่ายเที่ยวบินขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นในระดับภูมิภาคและทั่วโลกทำให้ดีเอชแอลมีความยืดหยุ่นและเสถียรภาพในการให้บริการแก่ลูกค้ามากขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่เลือกใช้บริการขนส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดของเช้าวันถัดไปถึงจุดหมายปลายทางชั้นนำในภูมิภาคเอเชียเหนือ รวมทั้งสามารถขยายเครือข่ายการขนส่งระดับภูมิภาคทั่วภูมิภาคเอเชียเหนือและเครือข่ายการขนส่งข้ามทวีปสู่ภูมิภาคยุโรปและสหรัฐอเมริกา”

“การเปิดตัวศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ล่าสุดดังกล่าว ผนวกกับแผนการขยายการลงทุนขยายเที่ยวบินเป็นการพัฒนาต่อยอดจากแผนการขยายเครือข่ายการขนส่งทางอากาศในภูมิภาคเอเชียที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2554 ดีเอชแอลได้เพิ่มเครื่องบินขนส่งโบอิ้ง บี747แล้วทั้งสิ้นจำนวน 2 ลำ ซึ่งให้บริการโดยสายการบิน โพลาร์แอร์เพื่อให้บริการขนส่งสู่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีนตะวันออก นอกจากนี้ ดีเอชแอลยังขยายสมรรถนะการให้บริการขนส่งจากกรุงปักกิ่งสู่ฮ่องกงโดยใช้เครื่องบินขนส่งแอร์บัสใหม่ และเพิ่มเที่ยวบินขนส่งจากเซี่ยงไฮ้สู่ฮ่องกงด้วยเครื่องบินขนส่งโบอิ้ง บี747 ใหม่ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสได้เปิดให้บริการขนส่งทางอากาศระหว่างฮ่องกงและเฉิงตูสัปดาห์ละ 5 เที่ยวภายใต้นโยบายมุ่งสร้างการเติบโตในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของจีน” ชู กล่าวเสริม

ด้วยเครือข่ายการขนส่งอันกว้างขวางของดีเอชแอลจะช่วยสนับสนุนธุรกิจต่างๆ เข้าสู่ตลาดในประเทศต่างๆ ได้เร็วขึ้น ศูนย์กระจายสินค้าแห่งภาคพื้นเอเชียเหนือดังกล่าวยังสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์กระจายสินค้าประจำเอเชียกลางในฮ่องกง โดยช่วยลูกค้าที่ต้องการขนส่งสินค้าภายในภูมิภาคเอเชียเหนือ ให้มีทางเลือกในการขนส่งด้วยระยะทางที่สั้นขึ้น โดยลดระยะเวลาเร็วขึ้นถึง 4 ชั่วโมง ทำให้ขยายเวลาในการรับสินค้านานขึ้น และส่งสินค้าถึงผู้รับได้เร็วขึ้น


ศูนย์กระจายสินค้าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสประจำภาคพื้นเอเชียเหนือเป็นศูนย์กระจายสินค้าเร่งด่วนขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ดง ในบริเวณพื้นที่คาร์โก้ฝั่งตะวันตกใกล้กับรันเวย์ที่ 3 มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 88,000 ตารางเมตร (เทียบเท่าสนามฟุตบอล 13 สนาม) มีพื้นที่ใช้สอยรวม 55,000 ตารางเมตร

ภายในศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ ติดตั้งระบบการลำเลียงสินค้าและพัสดุยาว 5.8 กิโลเมตร พร้อมด้วยระบบคัดแยกสินค้าและพัสดุขั้นตอนสุดท้าย 94 จุด มีศูนย์ควบคุมคุณภาพที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเพื่อติดตามการจัดส่งสินค้าทางอากาศและทางบก

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ให้บริการขนส่งสินค้าและพัสดุโดยสายการบินที่ดีเอชแอลถือหุ้นร่วม ได้แก่ โพลาร์ แอโรลอจิก และแอร์ฮ่องกง พร้อมด้วยสายการบินพาณิชย์พันธมิตรอีกหลายรายที่ท่าอากาศยานผู่ดง



เมื่อปีที่ผ่านมา ดีเอชแอลได้ลงทุนมูลค่า 100 ล้านยูโรจัดซื้อเครื่องบินขนส่งโบอิ้ง บี747-400 จำนวน 3 ลำ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และเสถียรภาพการให้บริการ พร้อมด้วยจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เครื่องบินจำนวนทั้ง 3 ลำดังกล่าว จะให้บริการโดยแอร์ฮ่องกง ซึ่งเป็นสายการบินร่วมทุนระหว่างสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิกและดีเอชแอล โดยเครื่องบิน แต่ละลำมีศักยภาพในการบรรทุกน้ำหนัก 100 ตัน และสามารถให้บริการรับส่งสินค้าและพัสดุสัปดาห์ละ 6 วันใน 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางระหว่างโตเกียว – ฮ่องกง สิงคโปร์ – ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ – ฮ่องกง

นอกจากนี้ ดีเอชแอลยังเปิดเส้นทางบินระหว่างทวีปอีก 1 เส้นทางทุกวันจากฮ่องกงสู่เมืองซินซินเนติ รองรับความต้องการบริการขนส่งจากประเทศจีนตอนใต้และฮ่องกงไปยังภูมิภาคอเมริกาเหนือที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดีเอชแอลเปิดตัวเที่ยวบินขนส่งใหม่รอบโลกระหว่างฮ่องกง ลอสแองเจลิส และไลป์ซิก

เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรสได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในบริษัทข้ามชาติ ที่น่าทำงานด้วยที่สุดในโลก

25 Dec 12 ,  logisticsdigest.com
ที่มา http://www.logisticsdigest.com/article/company-focus
เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรสได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในบริษัทข้ามชาติที่น่าทำงานด้วยที่สุดในโลก โดยสถาบัน Great Place to Work® ชัยชนะครั้งที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำพันธะสัญญามีต่อพนักงาน เฟดเอ็กซ์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส บริษัทในเครือเฟดเอ็กซ์ คอร์ป (หรือมีชื่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กว่า FDX) ทำการประกาศว่าเฟดเอ็กซ์ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน 10 บริษัทข้ามชาติที่น่าทำงานด้วยที่สุดในโลก โดยสถาบัน Great Place to Work® เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน การจัดอันดับนี้เป็นการสำรวจประจำปี ด้านความเป็นเลิศของสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในโลก เพื่อยกย่องบริษัทข้ามชาติที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่ดีที่สุด 25 อันดับ

“รางวัลนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเฟดเอ็กซ์ ในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานที่ช่วยส่งเสริมพนักงานทุกคนให้แสดงความสามารถที่ดีที่สุดของตนเองออกมา นอกจากนี้ยังถือเป็นการตอกย้ำวัฒนธรรมการทำงานที่ทุ่มเทการให้บริการที่เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในทุกๆ วัน” เดวิด แอล คันนิงแฮม จูเนียร์ ประธานบริษัทเฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว “เราภูมิใจที่ติดอันดับหนึ่งในบริษัทข้ามชาติที่น่าทำงานด้วยที่สุดในโลก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เราจะสร้างสรรค์ที่ทำงานที่ดีเยี่ยมสำหรับทีมงานเฟดเอ็กซ์ กว่า 17,000 คนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่อไป”

นับตั้งแต่เริ่มมีการจัดอันดับที่ทำงานที่น่าอยู่ที่สุดเป็นครั้งแรกร่วมกับนิตยสาร FORTUNE ที่สหรัฐอเมริกาและ Exame ที่บราซิลในปี 1997 แล้ว ปัจจุบัน Great Place to Work® ได้เติบโตเป็นผู้จัดอันดับที่ทำงานชั้นนำ ในกว่า 45 ประเทศ รายชื่อของบริษัทข้ามชาติที่น่าทำงานด้วยที่สุดในโลกมีการอ้างอิงข้อมูลจากกว่า 1,800 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทที่ดีที่สุดในประเทศของ Great Place to Work® ในแต่ละประเทศ  ทุกๆ ปี Great Place to Work® จะวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามที่ตอบโดยพนักงานกว่า 2.5 ล้านคน และผลการวิเคราะห์วัฒนธรรมการทำงานจากบริษัท 5,671 แห่งที่มีพนักงานรวมกว่า 11 ล้านคน

เกี่ยวกับเฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส
เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก ให้บริการรับส่งพัสดุภัณฑ์ที่รวดเร็ว เชื่อถือได้ และตรงต่อเวลา สู่ทุกจุดหมายปลายทางในสหรัฐอเมริกา และมากกว่า 220 ประเทศทั่วโลก        เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส มีเครือข่ายการขนส่งทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศทั่วโลก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกต่อการจัดส่งพัสดุด่วนในเวลาจำกัด พร้อมรับประกันคืนเงิน[1]

เกี่ยวกับเฟดเอ็กซ์ คอร์ป
เฟดเอ็กซ์ คอร์ป (มีชื่อเรียกในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กว่า FDX) เป็นผู้ให้บริการขนส่ง อี-คอมเมิร์ซ และบริการเสริมอื่นๆ ให้แก่ลูกค้าและธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก โดยมีรายได้ปีละ 43,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เฟดเอ็กซ์ให้บริการโซลูชั่นธุรกิจครบวงจรผ่านเครือข่ายบริษัทในเครือ ที่มีการบริหารงานและแข่งขันในตลาดภายใต้แบรนด์เฟดเอ็กซ์อย่างเป็นเอกภาพ เฟดเอ็กซ์ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้จ้างงานที่ได้รับความไว้วางใจและเป็นที่ชื่นชอบสูงสุดของโลก โดยได้รับการยอมรับจากพนักงานและผู้รับเหมามากกว่า 300,000 ราย ให้เป็นผู้ให้บริการขนส่งที่ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย หลักจริยธรรม และความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพอย่างเคร่งครัด ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและชุมชนต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างครบถ้วน ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ news.fedex.com

เกี่ยวกับ Great Place to Work®
สถาบัน Great Place to Work เป็นบริษัทระดับโลกที่วิจัย ให้คำปรึกษา และจัดการฝึกอบรมให้กับองค์กรต่างๆ เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถสร้างและรักษาสภาพแวดล้อมในองค์กรให้น่าทำงาน ผ่านการพัฒนาทางวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดความไว้วางใจระดับสูง สถาบัน Great Place to Work ให้บริการองค์กรธุรกิจ องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และหน่วยงานภาครัฐใน 45 ประเทศครอบคลุมใน 6 ทวีป

เกี่ยวกับ World’s Best Multinational Workplaces List

นับเป็นครั้งที่สองที่มีการจัดอันดับ 25 บริษัทข้ามชาติที่น่าทำงานที่สุดในโลกซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับบริษัทที่มีสิทธิ์เข้าร่วมในโครงการนี้ จะต้องเป็นบริษัทที่ติดอันดับบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในห้าประเทศที่สถาบัน Great Place to Work ดำเนินงานอยู่ มีพนักงานทั่วโลก 5,000 คนขึ้นไป และจะต้องมีสัดส่วนของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายนอกประเทศที่เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทอย่างน้อยร้อยละ 40