แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนี้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนี้ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

KTC ปลื้มกลยุทธ์ทวงหนี้เร็ว


วันพุธที่ 02 ตุลาคม 2013 เวลา 10:22 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ การเงิน FINANCIAL - คอลัมน์ : การเงิน-ตลาดทุน พิมพ์
http://www.walkwaywhy.com/
http://www.thanonline.com
 เคทีซี ฟุ้งผลงาน 8 เดือนลูกค้ายังจ่ายเงินปกติ-เอ็นพีแอลบัตรเครดิตสูงกว่าระบบอยู่ที่ 3.3% อ้างยกเลิกเอาต์ซอร์ซ-2 ปีก่อนลูกค้าเจอน้ำท่วม ชูกลยุทธ์ติดตามหนี้เร็ว ออกมาตรการช่วยเหลือลดปัญหาหนี้ค้างชำระ ส่วนหนี้ไหลย้อนกลับแค่ 1%  "พรเลิศ" ชี้ปีหน้ากลุ่มผู้สูงอายุเสี่ยงผิดนำชำระสูง

    นายพรเลิศ เบญจกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายติดตามหนี้ บริษัท บัตรกรุงไทยฯ (KTC) เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา สัญญาณการชำระหนี้ของลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล (Personal Loan) ยังคงเป็นปกติ แม้ว่าหลายฝ่ายกังวลในเรื่องของหนี้ภาคครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากนโยบายภาครัฐ โดยตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงอัตราการขยายตัวของสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล ในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 มีการขยายตัวที่ระดับ 1.1% ถือว่าไม่ได้สูงมากจนเกินไป ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) บัตรเครดิตทั้งระบบอยู่ที่ 2.3% สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 3%

    ทั้งนี้ ในส่วนของเคทีซี แม้ว่าแนวโน้มเอ็นพีแอลในช่วงต้นปีที่ผ่านมาไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล แต่จะเห็นว่าระดับเอ็นพีแอลบัตรเครดิตที่ปัจจุบัน 3.3% ซึ่งสูงกว่าทั้งระบบ เนื่องจากภายหลังการดำเนินนโยบายลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยการยกเลิกการจ้างบริษัทภายนอก (เอาต์ซอร์ซ) และหันมาดำเนินธุรกิจเองบางส่วน ประกอบกับในช่วงก่อนหน้านี้ลูกค้าประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้เอ็นพีแอลปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เชื่อว่าหลังจากระบบเข้าที่แล้ว แนวโน้มเอ็นพีแอลจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

    "ปัจจุบันแม้ทุกคนจะให้ความเป็นห่วงเรื่องหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาสัญญาณการชำระหนี้ของเคทีซียังเป็นปกติ โดยที่ตัวเลขการค้างชำระเกิน 30 วัน ก็อยู่ใกล้เคียงกับตลาด ไม่ได้สูงกว่า แต่ที่เห็นตัวเลขเอ็นพีแอลของเราสูงกว่าระบบนั้น เป็นผลมาจากลูกค้าประสบปัญหาน้ำท่วม และเรายังมีการปรับโครงสร้างการทำธุรกิจ ยกเลิกการใช้เอาต์ซอร์ซมาเป็นอินเฮาส์ ทำให้ระบบยังไม่ค่อยเข้าที่ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้แนวโน้มจะดีขึ้น" นายพรเลิศ กล่าวและว่า

    สำหรับกลยุทธ์สำคัญของฝ่ายติดตามหนี้ เพื่อป้องกันการค้างชำระหนี้ของลูกค้า จนส่งผลให้เกิดเป็นเอ็นพีแอลตามมา จะเป็นเรื่องของความรวดเร็วในการติดตามหนี้ หากลูกค้าเข้าข่ายค้างชำระตั้งแต่วันแรก บริษัทจะสื่อสารให้ลูกค้ารับรู้ ทั้งการส่งข้อความ จดหมาย หรือการโทรศัพท์เตือน กระบวนการเหล่านี้ ทำให้บริษัททำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกค้าชำระหนี้ก่อนคู่แข่ง โดยที่ผ่านมาสัดส่วนลูกค้าที่ค้างชำระ และสามารถกลับมาชำระใหม่ได้เติบโตถึง 40% ขณะที่สัดส่วนลูกค้าที่ค้างชำระและไหลกลับมาเป็นหนี้ใหม่มีสัดส่วนที่น้อยมาก หรือไม่มีเลย

    นอกจากกระบวนการติดตามที่รวดเร็วแล้ว บริษัทยังมีการประเมินปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะกระทบการชำระของลูกค้าได้ เช่น น้ำท่วม หรือกรณีประท้วงเรื่องยางพาราที่มีการปิดถนน เป็นต้น ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้การสื่อสารของบริษัทกับลูกค้าขาดหายไปได้ เนื่องจากไม่สามารถส่งจดหมายถึงลูกค้า บริษัทจะส่งเป็น SMS แต่หากลูกค้าไม่สะดวกในการชำระหนี้ บริษัทจะนำปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้มาพิจารณาในการวิเคราะห์และออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของภาครัฐ

    ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การลดอัตราค่าชำระค่างวดขั้นต่ำจาก 10% เหลือ 1% หรือการตัดหนี้สูญ (แฮร์คัต) รวมถึงยกเว้นค่าธรรมเนียมในการติดตามหนี้ โดยปกติลูกค้าจะต้องเสีย 250 บาทต่อรายการต่อบัญชี อย่างไรก็ดี ภายในปีนี้บริษัทจะมีการลดอัตราค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้ลงประมาณ 10% ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสมาคมธนาคารไทย และจากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน เคทีซีพร้อมช่วยเหลือลูกค้าเต็มที่ โดยจะดำเนินตามมาตรการเช่นเดียวที่เคยทำมา รวมถึงจะมีการพิจารณาช่วยเหลือเป็นรายบุคคลต่อไป

    ต่อข้อถามถึงแนวโน้มเอ็นพีแอลนั้นนายพรเลิศกล่าวว่า  ปีหน้ามองว่า กลุ่มที่จะมีความเสี่ยงและมีแนวโน้มที่จะผิดนัดชำระค่อนข้างสูง จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 40-50 ปี มีแนวโน้มมีภาระหนี้มากขึ้น แต่มีรายได้เท่าเดิม ทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระลดลงน้อย ซึ่งปัจจุบันลูกค้ากลุ่มนี้บริษัทมีฐานไม่สูง ซึ่งส่วนใหญ่ฐานลูกค้าเคทีซีจะอยู่ในกลุ่มที่มีรายได้ประจำ หรือกลุ่มเพิ่งเริ่มต้นทำงาน

    "การติดตามหนี้ที่เร็ว จะทำให้การชำระหนี้เร็วกว่าคนอื่นด้วย ส่วนลูกค้าที่มีปัญหาทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน เราก็มีมาตรการช่วยเหลือคอยรองรับอยู่แล้ว และจะเห็นว่าหลังมาตรการช่วยเหลือสัดส่วนลูกหนี้ที่ไหลกลับมาเป็นเอ็นพีแอลอีกครั้งมีไม่ถึง 1% แสดงว่ากลยุทธ์ที่มีกับแผนงานที่เราทำ จะสามารถควบคุมดูแลหนี้เอ็นพีแอลไม่ให้เพิ่มขึ้นได้"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,884 วันที่  3-5 ตุลาคม  พ.ศ. 2556

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สินเชื่อบัตรเงินสดเดือด แบงก์อ้าแขนคุมหนี้อยู่

updated: 07 พ.ค. 2556 เวลา 17:15:46 น.

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
สินเชื่อบัตรกดเงินสดระอุ แบงก์ใหญ่อัดโฆษณา-แคมเปญ ปูพรมตลาดไตรมาส 2 เจาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน มีวงเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ตั้งเป้าโตกระฉูด ย้ำคัดเข้มคุณภาพลูกค้า คุมภาระหนี้-วงเงิน-เสริมโปรโมชั่นสร้างวินัยลูกค้า

นางสาวอารยา ภู่พานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ธนาคารเพิ่งออกภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่เพื่อโปรโมตสินเชื่อบัตรกดเงินสด Speedy Cash เน้นขยายตลาดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นที่ต้องการวงเงินสินเชื่อเผื่อความจำเป็นใช้ฉุกเฉิน เน้นกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000-30,000 บาท/เดือน ซึ่งสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 1 วัน และโอนเงินวันถัดไป หรือออกบัตรกดเงินสดให้ลูกค้าได้ภายใน 3 วัน ตอบโจทย์การใช้งานได้รวดเร็ว

"สินเชื่อกลุ่มนี้เราทำตลาดมาพอสมควร ที่ผ่านมาใช้ช่องทางสาขาและเทเลมาร์เก็ตติ้งเป็นหลัก ซึ่งเราก็อยากได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่ม โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัดที่ยังไม่ค่อยทราบว่าธนาคารมีสินเชื่อแบบไม่ต้องมีหลักประกัน ก็ต้องสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้น รวมถึงมีแคมเปญดอกเบี้ย 0% ช่วง 2 เดือนแรกให้แก่ลูกค้าด้วย"

พร้อมกับยอมรับว่าการอนุมัติสินเชื่อนี้เข้มงวดพอสมควร โดยจะพิจารณาจากรายได้ ความสามารถและพฤติกรรมการชำระหนี้จากฐานข้อมูลของเครดิตบูโร ที่ผ่านมาอัตราการอนุมัติสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 30% เท่านั้น และคุมคุณภาพหนี้ด้วยการให้วงเงินที่เหมาะสม ไม่สูงเกินไป ทำให้เอ็นพีแอลอยู่ที่ประมาณ 2% จึงถือว่าดีมาก ส่วนโอกาสที่จะขยายสินเชื่อนี้ก็ยังมีค่อนข้างมาก เพราะพอร์ตยังเล็ก โดยตั้งเป้าหมายขยายฐานลูกค้าปีนี้ให้เป็น 9 แสนราย และพอร์ตสินเชื่อคงค้างน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เติบโต 30%

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ล่าสุดธนาคารเพิ่งออกแคมเปญพิเศษ "มีวินัย จ่ายคืนดี ลดดอกเบี้ยสูงสุด 12% ต่อปี" เพื่อมาขยายฐานลูกค้าใหม่ที่สมัครบัตรกดเงินสด K-Express Cash ซึ่งจะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยลงเดือนละ 1% ทุกเดือน เป็นระยะเวลาสูงสุดถึง 12 รอบบัญชี หรือเท่ากับลดดอกเบี้ยลงไปสูงสุด 12% ต่อปีจากปกติ ทั้งนี้ ลูกค้าจะต้องมียอดคงค้าง ณ วันตัดรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และชำระตรงเวลาด้วย

"เราพยายามสนับสนุนในแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เป็นห่วงเรื่องภาระหนี้ครัวเรือน แคมเปญที่ออกมาก็พยายามส่งเสริมให้ลูกค้ามีวินัย และไม่กระตุ้นให้สร้างหนี้โดยไม่จำเป็น แต่เน้นเป็นวงเงินเผื่อฉุกเฉิน ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าราว 8 แสนราย มูลค่าพอร์ตสินเชื่อคงค้างประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท และธนาคารก็ยังมองว่าตลาดนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยตั้งเป้าหมายขยายฐานสินเชื่อในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 47%" นายชาติชายกล่าว

ด้านนางสาวสุดาพร จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจสินเชื่อบุคคล บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า ต้นเดือน มิ.ย.นี้ เคทีซีก็มีแผนจะออกแคมเปญใหม่มาเพิ่มเติมสำหรับสินเชื่อวงเงินหมุนเวียน KTC Cash Revolve ซึ่งรับช่วงต่อกับแคมเปญ "เคลียร์หนี้ ซีซั่น 2" ที่กำลังจะหมดลงในกลางเดือน พ.ค. ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ประสบความสำเร็จมากตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปลายปีที่แล้ว และต้องขยายเป็นซีซั่น 2 ที่เพิ่มการจับรางวัลเคลียร์หนี้ให้เป็น 3 รอบ ตอบโจทย์ทั้งในแง่พฤติกรรมลูกค้าและคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น

นางสาวสุดาพรกล่าวถึงการขยายตลาดปีนี้ว่า เคทีซีตั้งเป้าหมายสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 6% จากมูลค่าพอร์ตสินเชื่อประมาณ 1.34 หมื่นล้านบาท และเน้นขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนราย จากปัจจุบัน 6.4 แสนราย เน้นลูกค้ากลุ่มระดับกลางขึ้นไป มีรายได้ประจำตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ซึ่งที่ผ่านมาก็พิจารณาสินเชื่อค่อนข้างเข้มงวด อัตราการอนุมัติประมาณ 35% เท่านั้น ส่วนลูกค้าเองก็จะเน้นใช้ในส่วนที่จำเป็น อัตราการเบิกใช้วงเงินประมาณ 50% ของวงเงินที่อนุมัติไป จึงถือว่าโดยรวมแล้วไม่ได้เสี่ยงมากนัก

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊คกับประชาชาติธุรกิจออนไลน์ที่
www.facebook.com/prachachat
ทวิตเตอร์ @prachachat